Artist's on blog

ไหว้ครู : เสริมธาตุภายใน

on Aug27 2008

va1

เสริมธาตุภายในให้แรง

โดยการผสมฟืนถ่าน จิตวิญญาณอมตะลึกล้ำ กระชากเส้นชีวิต รูปทรงวัติถุพลังเทพนิมิตสวรรค์
บดแหลกขยี้ทึ้งความงามกลมกลืน กล่อมอารมณ์ฉีกผ่านทะลวงลุสู่ปากประตูศิลปะแท้ ฟันฝ่าต่อไป
พุ่งกระโจนทะยานเข้าผ่าเผยห้วงศิลปะอมตะค่า เปิดทางแก่ค่าภายใน พลังแฝงแรงขับเคลื่อนในสากลจักรวาล
พุ่งทะลักสิ พุ่ ง ท ะ ล ั ก นองหลั่งผลงานอันมีค่า เป็นค่าอันมิมีวันตาย ค่าภายในนอกครอบฟ้าสวรรค์ หรือหวั่นไหวจิตพิภพ
ตะกร้าปะการัง ตะกร้าข้าวโพด มวลแป้งในโลกกรอกปากประตูโลก สร้างขนมสวรรค์ให้มึงกิน
แผ่นหนังกรอบบาง กระดาษบางมีลวดวางใต้โครง มันดุนดันใต้ท้องถั่วปากอ้า คนกินเนื้อมันหมดแล้ว
หมดแล้วเอาเปลือกมาติดบนโคมไฟ ผลิกล้าเติบแตกจุดต่อปรากฎแรงให้เห็นเสมอ ยอดอ่อนของหน่อไผ่
หญิงสาวแรงอันบ้าอันเร้าใจเสริมค่าภายในให้บ้าบิ่น อีกด้านอันสูงสุดส่งใจสรวงสวรรค์ ค่าอันบรรลุผลแจ้งกระจ่างแท้
ค่าอันพิสุทธ์ใส แผ่ปีกกว้างศิลปินนกข้ามทวีป ซ้ายเป็นแรงกระทำอันดำมืด
ขวาปีกสยายขนลำแขนกว้าง ปกครอบมวลชีวิตของธรรมชาตินานา เติบแตกเป็นยอดอ่อนสาขาหน่อกล้าบิดาสืบต่อไป
การแข่งขันอันได้แก่การเอาชนะและทำให้แพ้ การแพ้พินาศกำลังใจ
การปรับใจเข้าสู่สังคม สภาวะบอบช้ำ ต่อสู้กับหมาแมวเหล่าสัตว์ถูกขูยกันร้องโวยวาย
น้ำในถ้วยเปี่ยมกระเพื่อม หมาบ้ากัดกันกลิ้งไปมาพุ่งฟัดชนโต๊ะโครมล้ม
น้ำถ้วยการกระเพื่อม คงอยู่เช่นนั้น
อุบายแห่งมนุษย์ผู้โลกสร้างความยิ่งใหญ่ ให้ผลิตสิ่งใดจะรู้จะเห็นหากขาดการรวบรวม
พลังเล็กน้อยหากรวบรวมก็เป็นพลังยิ่งใหญ่ จักรวาลอันยิ่งใหญ่ทุบสลายฝุ่นทลายลง
ท่วมท้นจิตกระพริบของมนุษย์
ศิลปินที่แท้รับพลังจักรวาลเต็มตีน หงายซบ สลบไปเป็นวันคืน
ตื่นฟื้นถึงทะลักทะล้น ทำไม่หยุด หยุดไม่ได้ นอกจากฆ่ามัน
ทำลายมันอย่าให้มันสร้างงานอันเป็นของอนาคต มันไม่คิดถึงพวกมึงเลย
ลูบ ไล้ ปลอบโยน ของน้ำค้างต่อสัตว์ ชีวิตมนุษย์ อากาศยามเช้าที่เผยความบริสุทธ์
ใสสว่างยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ศาสนาจิตใจของศาสดาผู้ค้นพบ ยิ่งใหญ่ หรือลึกล้ำเกินสัมผัสคนที่มีพลัง
คนที่มีพลัง ทุ่มเทกายสละทุกความมักได้ใคร่ผลน้อย มักมากได้น้อย
ผืนนากว้าง กลิ้งสลับเดินไปตามคันนา ลูกกลมๆไม่ใช่รูปทรง รูปกลิ้งเป็นความรู้สึก
ภูเขาแม่น้ำที่ยิ่งใหญ่ หรือจะสู้จิตใจคนผู้สร้าง ค่าภายในของภูเขาแม่น้ำค่าภายในของศิลปิน
ยิ่งใหญ่ปานกันสามารถถล่มทลายผลาญสิ่งทั้งมวล เพื่อสร้างอาณาจักรแห่งวิญญาณที่สูงส่ง
ความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของผู้มีใจ จิตใจอันเดียวกับโลก และจักรวาล
แรงอันสานมุดโผล่ต่อเนื่องในธรรมชาติ ตารางตีวงอาณาจักรแห่งศิลปะ
ผุดปรากฎฉายแววเร้าใจ สัตว์มนุษย์ผู้แสวงหาความสูงส่งทางใจ เบิกตากว้าง
แสยะยิ้มพลางกล่าววาจาไม่ได้ความสลับสำลักน้ำลาย ตัวข้าคือศิลปินผู้ยิ่งใหญ่
ทั่วโลกใบเล็กนี้มีแต่เรื่องของคน คนอันเป็นผู้สร้างผู้เจริญ
เรื่องของคนอันไม่มีที่สิ้นสุด จับชีพจรโลกดูแคล้วคลาด ชีวิตของเด็กเพิ่งเกิด สัญชาติมนุษย์
หมู่ดาวมองผ่านไม่ใยไพเศษฝุ่น หมกมุ่นคิดแต่เรื่องของตน ปราชญ์เซซาอุสลงนั่งโอ่งจำลอง
อาศัยหลับนอนสะท้อนความคิด กว้างใหญ่หรือแคบก็เป็นกูนั่นเอง
เจนจบเรื่องของคน เปิดประตูสู่เรื่องของจักรวาลอันแท้จริง
แท้จริงอันต่างจากการตายโดยสิ้นเชิง ไอ้การตายของคนระยำ เรื่องของคนอันบัดซบ
จะขุดค้นคุ้ยพลังแฝงของอัจฉริยะภาพ อัจฉริยะรูปมันจะพาข้ามสู่เวิ้งผืนพื้นที่อันประเสริฐของมนุษย์
ผู้มีจิตใจสูงส่งอย่างแท้จริง

ล้วงตับ ล้วงใส้ออกปลิ้น ทั้งร่างกายอันได้แก่ รูป นม ผม ลิ้น ฟัน ตับ
ปลิ้นออกให้หมาแทะทิ้งข้างป่าปลายตีนแห่งธรรมชาติ
ค้นหาสิ่งใด รูปอันไม่มีสิ่งใดมีความว่างและความเป็นคนเสียเปล่า ทะลุทะลวงดินสู่ใตัพื้นพิภพ
หาหัวใจโลก ศูนย์กลางแห่งความดูดดึง แม้ผู้คนสิ่งของก็ตกสู่พลังอำนาจของมัน
ในตัวคนนั้นเล่า เมื่อใดถึงขั้นแห่งจักรวาลฉายแวว ดวงตา สมองการรับรู้ตื่นเปิดมิติข้ามฟ้าทะยานสวรรค์
เพียงก้าว ของอันน้อยนิดก็ผุดก็เกิดเป็นของใหญ่ของคน เนินอันขึ้นแล้วลงเกิดเป็นรูปขึ้นลงหยักเถิน
เกิดเป็นภูเขาอันยิ่งใหญ่มโหฬารแก่มนุษย์ หว่านน้ำในมือซึ่งเหงื่อเดียวกลายเป็นทะเลสาบอันกว้างใหญ่
จนคนผู้ด้อยพลาดตกตายเป็นหมื่นชีวิต ทุ่มทบพลังทั้งร่าง คือโดดขึ้นแล้วกระทืบลงเป็นอันจบชีวิตโลก
และมนุษย์หายจากปฎิทินประวัติศาสตร์ จักรวาลเรื่องบ้าๆของคนทั้งมวล

ใครบันดาลชีวิตให้ใคร
เมื่อครั้ง ทราย หิน แม่น้ำป่าธรรมชาติบริบูรณ์ ศิลปินกลั่นกรอง
รัดเส้นตึงแห่งจิตใจได้เป็นสีพิเศษ เขียนเส้นทน30000หมื่นปีทน
ในยุคแห่งสีบีบ หลอดสีบีบเกลื่อนกลาดดาษดา ความกึ๋นแห่งเส้นใจย้ายอายตนะ
ไปสู่สภาวะแอบแฝงอันเร้นลับ ศิลปินเลิกบีบสี ละเลงสี หันเข้าหามวลผลไม้
เช่นฟักทองมะละกอดิบ มะพร้าว ถากฉับฉับกับความสด ชีวิตที่ขาดสบั้นลง
ย่ำยีน้ำในกายพืช เฉียนด้วยมีดคมบางฟันลงให้ขาดถึงปฐพีสนั่นลั่น
มันมิได้อยู่กับที่ ไม่ใช่กลับกลอกแต่ยากแก่การจับตัว ศิลปินตามฉายไฟไปที่มันเรื่อย
ฉายได้แล้วมันจะหนีหลบหนีไปเป็นเช่นนี้ เจ้าแห่งศิลปะบางคนเก่งกาจ
ทั้งชีวิตสามารถฉายจับที่ตัวศิลปะ ปล้ำฟัดอธิบายเบาะแส หาแหล่งที่อยู่
บอกแก่ประชาชนหมู่คนมนุษย์ ภาระอันสิ้นสุดลงเมื่อตาย
ปิกัสโซ่ ซากาล แวนก๊อก เซซานต์ ดาลี มาติสส์ เหล่านี้ล้วนเป็นอัศวินที่ตายลง
ยังแต่สำนัก คัมภีร์ตำนานของนักสู้
สำนักอัศวินใหม่ผู้ค้นหา ชี้ ประกอบเพลงศิลป จับตัวมัดขยำมัดจับต้อง
อธิบายหลักสูตร วิธีแห่งการเห็น สัมผัสค่าอันเป็นนิรันดร์ไวว่องที่สุด
บ้างทั้งชีวิตเพียงร้อง”เฮ้ย”คำเดียว ฝูงคนต่างพากันหวั่นไหวไปกับการกระทำอันบ้า
เรื่องอันวิกลจริต ประสาท ชอบกลในบางเวลา
มันเป็นความรักในส่วนลึกของก้นบึ้งหัวใจ จิตใจอันยิ่งใหญ่ล้ำ
บัดนี้ศิลปินคือคนรุ่นข้า อัศวินผู้กล้าแห่งยุค ประกาศ แผลงฤทธิ์
บอกว่ามันมีอยู่นั่นไง ชี้ ชี้ชี้ชี้ เบื้องหลังแห่งการกระทำทั้งหลายของศิลปินผู้สร้าง
คือเขาได้ชี้ ได้ส่องไฟไปยังมันศิลปะ วิญญาณอันหลั่งไหลกระแสพลังอันเคลื่อนจากที่หนึ่งมาปรากฎในที่หนึ่ง
ชั่วคราว เป็นภาพมายา ด้วยเหตุที่ผู้คนรับการชี้แจง เขาจึงต้องติดตามฟังข่าวคราวการกลับมาของนักรบ
ยกย่องเทอดทูนดุจดาวหางกลับมาเยือนโลก ดุจมาติสส์เกิดใหม่ ปิกัสโซ่ยังไม่ตาย
แวนก๊อกฟื้นคืน ค่าอันเป็นนิรันดร์จะรัดบีบตัวอยู่ในพลังสงวน พลังอันเปล่งประกายแน่วแน่มั่นคงแฝงอยู่ในใจ
จิตใจอันสภาวะลึกล้ำจับครองเปิดเผยสู่กว้างธนาน้ำ ผืนโลก โลกกว้างใหญ่ในทันพลัน
ศิลปินนักรบ หล่อหลอม ค้นหาเหวี่ยงแผ่เปรียบน้ำอันนองพื้นโลก กัดเซาะ ขุดซึม ดูดดึงอยู่ในโลกใบนี้
อัศวินคือผู้ใด คือผู้ที่เห็น มุ่งมั่นศิลปศรัทธาสูงค่าอันจริงแท้ยิ่งใหญ่หลอมใจเขาทั้งดวง
ดวงจิตอันแข็งแกร่ง เหล็กเพชรแท้ ของแท้เช่นตะวันจันทรา น้ำโลก

การอธิบายของเขาชีวิตเขาอธิบายสาธยาย เลิดใหลอารมณ์หรือเผยตัวให้เห็น
ล้วนเป็นผลพวงของจิตอันมุ่งหวังสิ่งสูงคือ ศิลปะ มวลชีวิตทุกยุคทุกสมัยรอคอยบุคคลเช่นนี้
การกลับมาของศิลปินอัศวินนักรบผู้กล้าเปิดเผย ชี้ ฉายไฟ โปรดจงชี้ จี้ไปที่สิ่งนั้น
นั่นคือศิลปะแฝงเร้น ไล่ให้มันไปก้าวดำเนินไป เคลื่อนไป หลังจาก “นั่นไง”
คือมนตราไล่มันจะอันตรธานหายไปสิ้น ไปจากทุกสิ่งที่ชี้ ศิลปินยังคงติดตามต่อไป
ชี้เบาะแส หนแห่ง กลิ่นอายพื้นภูมิ จับบีบปล้ำเป็นวิธี เงาสะท้อนเป็นภาพแสดง
จิตและจิตตอบโต้ วิญญาณและวิญญาณสัมผัส ด้วยเหตุที่ข้ารักมันข้าจึงตามหา
ศิษย์สานุศิษย์เป็นเทียนตะเกียงอันริบหรี่แต่จำเป็นสำหรับคนมืดบอดจริงๆครูไม่สามารถอธิบายถ่ายทอดได้
สภาวะแห่งจิตใจบอกครูถึงครูแท้ หาครูแท้ไม่ใช่เรื่องง่าย ครูแท้ถ่ายทอดเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้
แล้วยังจะหาสิ่งใด จากสิ่งใด
ศิลปินเกิด เมื่อเกิดมีศิลปินขึ้น งานของศิลปินคือจิตตระหวัด ม้วนพัน ซึมซับใหลเลิมยาม
เปรียบน้ำอันหุ้มห่อโลก ซึมซับโลก วางผิวโลกทั้งหมด ทั้งหมด
คนเห็น เห็นในทุกที่ คนไม่เห็น วางต่อหน้าก็ไม่เห็น
คนเห็นเห็น คนไม่เห็นไม่เห็น พลังอันตกตบลงกลางหลังกระเด็นพับ อันฉาบฉายทั้งร่าง
จากหัวถึงตีน จิกผมจูบด้วยปากอันใหญ่เท่าโลกจูบคนแผ่วเบาและนุ่มนิ่มแข็งกร้าวในที
โธ่ศิลปะปัจจุบันอยู่ที่นั่นที่นี่ ทุกสำนักล้วนหลงทางไปไกลเกินกู่กลับ ช่วยไม่ได้
ให้ทางเดินคนรุ่นใหม่สิเป็นทางที่ถูก ชี้บอกชี้แนะนำ ในลักษณะของการฉายแววใจรับรู้ใจได้
ศิลปินเท่านั้นที่บอกว่าสิ่งใดคือศิลปะ คนอื่นอย่าเสือก ไม่มีทางเป็นศิลปินไม่มีวิธีฝึก
ศิลปินเกิดขึ้นมีศิลปิน
ด้วยเหตุที่ศืลปินใหม่ยิ่งใหญ่อยู่เสมอ ยังทาบทามศิลปะคุณต่าอันเป็นที่สุดได้
ในบางครั้งอนาคตศิลปะผู้คนรุ่นใหม่ที่จะฟัง ทบทวนเรื่องราวของศิลปิน นักคิดสติเฟื่อง
แรงดลใจต่างๆคือสิ่งใด หาไม่ได้ เกิดขึ้นที่กลางใจหล่อหลอมใจให้ขับเคลื่อนกายไปในทางนั้นๆ
หยุดนะหยุดตระโกนด่าบ้า สุยแฉกไปในห้วงยุคของคนดีสติสัมปชัญญะทั้งหลาย ปัจจุบันไม่มีที่สำหรับคนบ้าอาศัย
อนาคตไม่มีศิลป ศิลปินจะเป็นตำนานคู่โลก ศิลปะเกิดขึ้นกับใจจิตใจศิลปะศิลปินเป็นผู้มีจิตใจเป็นศิลปะ
ทำสิ่งใดก็เป็นศิลปะ ทำสิ่งใดก็เป็นศิลปะ แล้วจะถามสิ่งใดสงสัยสิ่งใด ใด
สกัดส่วนที่ไม่ใช่ออก เขียนแต่สิ่งที่ใช่ลงไป ไม่เขียนสิ่งที่ไม่ใช่คือศีลของศิลปินผู้ชี้ศิลปะ
ตามหาคนรักของเขา ร่วมเพศในบางครั้งในเวลาอันสั้นทั้งชีวิตเป็นการตามหา เป็นทาง
มีชีวิตร่วมเดียวกับทาง การค้นพบเป็นบางครั้ง ทางเป็นทั้งหมด
เบื่อมันทุกสิ่งเปลี่ยนใหม่ มีแต่นี้ไม่พอ ไม่มีไม่หา มีแล้วจบไปที่นู่น ไปแล้วกลับไปที่นั่น
ลครที่ดีไม่มีการแสดง นักละครแสดงกากเดนแห่งศิลปะ กินขี้ศิลปินขี้ แวะขี้แวะสำเร็จความใคร่
ทางของศิลปินฉายแววจริงเป็นกระจกสะท้อนที่ใสกว่างาน
เมื่อลมพัดไม่หยุดเข้าสุ่หน้าตา ตัว ผม เราซีมซับลมทั้งร่าง จูบกอดร่วมรัก
แหล่งอาหารที่แท้คือธรรมชาติ สัตว์ที่ถูกล่าตลอดชีวิตคือศิลปะ ศิลปินเป็นพราน
กระต่ายศิลปะถูกปืนของศิลปินหลุดลอยไปที่อื่น เป็นนกที่ยิงไม่โดน
เห็นมาอธิบายให้คนในหมู่บ้านฟัง สังคมอันล้อมตัว จิตใจอันผูกติดผูกพัน
ศิลปะอันยิ่งใหญ่ ความจริงแท้อันตระการ ไม่มีสิ่งใดอยู่คงที่
สิ่งมีชีวิตชีวิตคือศิลปะ ชีวา ชีวิต ความมีชีวิตความเขียวสด ความถูกความควร
ความจริงศิลปะเป็นเรื่องยาก ศิลปินเป็นอัศวินที่เกิดขึ้นยาก
สังคมเป็นแม่ใจร้ายที่ฆ่าลูกตั้งแต่เกิดไม่ให้ไปเป็นศิลปิน

ความชูมือขึ้นยืนขึ้น กระโดดวิ่งไปสู่ที่นั่น ยามหลับก็ขับเคลื่อนภายในจนร่างเกือบแตกออกเป็นเสี่ยง
น้ำร้อนที่เดือดถูกไฟเดียวกันเผาสุม อีบ้าถูกเร้าแรงพุ่งไฟกระโหม โลกภายในปลิ้นออก
เปิดดำเนินอย่างเต็มที่เต็มภาคภูมิ ปลิ้นในออกนอก ไส้นอกเข้าในให้เป็นไส้พุงอันเปิดวิญญาณออกโลดแล่นทั่วพิภพ
ไม่เหลือสิ่งใดที่เป็นร่างกาย จิตใจวิญญาณออกโลดแล่น วิญญาณกระจายเข้าเป็นการกระทำอันล้ำค่า
มิเหลือสิ่งใด ไม่เหลือสิ่งใด ใด.

3 Comments on ‘ ไหว้ครู : เสริมธาตุภายใน ’

  1. “ชีวิต-ศิลปิน”

    ด้วยตลอดชีวิต
    เป็นการไต่เต้าขึ้นสู่

    ความชัดเจนแห่งชีวิต
    ชัดเจนแห่งวิถีชีวิต
    ชัดเจนในความเป็นมนุษย์
    ในที่สุด ชัดเจนและสมบูรณ์
    ในการสิ้นสุดลง จบลง
    ดังปรากฎเป็นผลงานซึ่งเขา
    สามารถ แสดงออกได้อย่างอิสระ
    สามารถ ใช้สื่อได้อย่างอิสระ
    สามารถ พูดได้อย่างอิสระ
    สามารถ ร้องทำนองอิสระ
    สามารถ สร้างสรรค์ผลงานอย่างอิสระ
    สามารถ คิดอย่างอิสระ
    สามารถ เดินอย่างอิสระ ไป
    อิสระ อย่างชัดเจนและเป็น ศิลปะกรรม

  2. puppapang Says:

    ศิลปะ

    ศิลป์
    ว้าว

  3. puppapang Says:

    เสพ “จิต”

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.