ARTgazine Articles
ความรอบรู้ ในบริบทแห่งศิลปะ
Log in
Register
Gallery
  • Gallery
  • Article
  • blogART
  • About
  • Concact
 
NEW ArchivesNew ImagesTOP ImagesTop uploadersAll imagesAll comments
บทความศิลปะ ART NEWS บทความ ทั่วไป ทฤษฎี นาคปรก นาคแปลง นิทรรศการ - ข่าวประชาสัมพันธ์
Blogger writes about Thailand is ART.!Click here
About Hello Artist!
EMIL,TO aRTGAZINE contact such as for your site.Concact
 
  โนรา: มรดกสุวรรณภูมิ สะท้อนวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้
   ARTgazine Articles -> Art News
View previous topic :: View next topic  
PostPosted: Thu Jul 29, 2010 6:12 pm  |Message|   Post subject: โนรา: มรดกสุวรรณภูมิ สะท้อนวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ Reply with quote

โนรา
มรดกสุวรรณภูมิ
สะท้อน...วัฒนธรรมจับต้องไม่ได้

ภูมิบ้านภูมิเมือง
โดย : บูรพา โชติช่วง
ตีพิมพ์ในเว็บไซต์ : สยามรัฐวันพฤหัสบดี ที่ 29 กรกฏาคม 2553


การเสนอ มโนราห์ หรือ โนรา ศิลปะการแสดงพื้นบ้านถิ่นภาคใต้ของไทย เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ต่อองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ได้รับข้อเสนอดังกล่าวมาจากประชา ชนภาคใต้ นับว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง นอกเหนือไปจากศิลปะการแสดงทางวัฒนธรรมแขนงอื่นๆ

ดังที่ นายนิพิฏฐ์ รมว.วัฒนธรรม ได้เปิดเผยเรื่องนี้ (ข่าว 14 ก.ค. 53) ว่า “สืบเนื่องจากประชาชนภาคใต้ที่เข้าร่วมงานมหกรรมวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน นำสันติสุขสู่ชายแดนใต้ ได้เสนอให้ผมผลักดันการแสดงมโนราห์ ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านท้องถิ่นขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้กับยูเนสโก”

ทั้งยกตัวอย่างในลักษณะเดียวกับการแสดงพื้นบ้าน เช่น มะโย่ง หรือ เมาะโย่ง ของประเทศมาเลเซียที่ได้ขึ้นทะเบียนไปแล้ว “ผมเห็นว่าการแสดงมโนราห์ของไทยมีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้การแสดงพื้นบ้านของประเทศอื่น ดังนั้นตนจึงสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ไปหาช่องทางขึ้นทะเบียนต่อไป” และกล่าวทิ้งท้าย “ทั้งนี้เชื่อว่ายังมีมรดกทางวัฒนธรรมในประเทศอีกมากที่ควรจะได้รับการเผยแพร่ และอนุรักษ์ไว้ในระดับโลก”

ในขณะที่หน่วยงาน สวช. รับหน้าเสื่อเรื่องมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้หลายแขนงมาแต่แรก นายสมชาย เสียงหลาย เลขาธิการ สวช. กล่าวถึงการขึ้นทะเบียนมโนราห์ว่า “ขณะนี้ไทยยังไม่ได้เป็นภาคีสมาชิกภายใต้กรอบอนุสัญญาว่าด้วยการพิทักษ์รักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ขึ้นทะเบียนการแสดงพื้นบ้านมโนราห์เป็นมรดกวัฒนธรรมดังกล่าว”

ทั้งให้ความเห็นเพิ่มเติม “คงจะต้องรวบรวมองค์ความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับมโนราห์ก่อน เช่น ต้นกำเนิด ท่ารำ อุปกรณ์การแสดง และพื้นที่ที่พบการแสดง เป็นต้น จากนั้นต้องรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการ นักแสดง และประกาศเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก ภายหลังจากการได้เข้าร่วมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการพิทักษ์รักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แล้ว”

มโนราห์ ศิลปะการแสดงพื้นบ้านถิ่นใต้ แม้เป็นเพียงแค่การเสนอความเห็นเบื้องต้นของรัฐมนตรีวัฒน ธรรม ขณะที่ด้าน สวช. ดูจะขานรับในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าความเป็นไปได้ที่เสนอต่อยูเนสโกยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็ให้ความหวังไว้ ถึงกระนั้นก็ตามนักวิชาการอาวุโสด้านประวัติศาสตร์สังคม อาจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม ออกมาสะท้อนเรื่องนี้ในเวลาต่อมา

“ผมไม่เห็นด้วย การจะเสนอขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นต่างๆ รวมถึงมโนราห์ ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จำเป็นต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดทั้งในส่วนเนื้อหาของวัฒนธรรมท้องถิ่นแต่ละประเภทและในส่วนความหมายของคำว่า วัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้”

ทั้งมองว่า “การขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องของนามธรรมซึ่งยากต่อการดูแล หากฝืนขึ้นทะเบียนโดยขาดความรอบคอบเชื่อว่าในอนาคตจะไม่สามารถรักษาได้”และเห็นว่า “ควรดำเนินการขึ้นทะเบียนมโนราห์ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นเองมากกว่า เพื่อประโยชน์ด้านการอนุรักษ์ศิลปะการแสดงพื้น บ้านแขนงนี้”

อาจารย์ศรีศักร ยังกล่าวถึงการจะขึ้นทะเบียนว่า “อะไรก็เป็นมรดกโลก หรือมรดกทางวัฒนธรรมต่างๆนั้น จะฟังเพียงคำพูดหรือตามกระแสไม่ได้ ทั้งก่อนอื่นอยากจะให้ทำความเข้าใจกับคำว่า วัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ให้ดีมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าอะไรจับต้องไม่ได้จะจับขึ้นทะเบียนทั้งหมด”

“เพราะมรดกทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องนามธรรมยากที่จะควบคุม เช่น การแสดงมโนราห์ ไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งหากเราขึ้นทะเบียนไปแล้ว เราก็ไม่สามารถไปห้ามไม่ให้ประเทศต่างๆ หรือประเทศที่มีวัฒนธรรมใกล้เคียงกับเรานำไปประยุกต์ หรือเปลี่ยนชื่อเพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนเหมือนกับเราได้ เพราะเรื่องของวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่แพร่หลาย”

นักวิชาการอาวุโส ศรีศักร เจ้าของรางวัลรางวัลวัฒนธรรมเอเชียฟูกุโอกะ ประจำปี 2550 สะกิดกระทรวงวัฒนธรรมต่อการพิจารณาให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกภายใต้กรอบอนุสัญญาว่าด้วยการพิ ทักษ์รักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก

“ต้องคิดให้รอบคอบ และศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งในด้านบวกและลบหากเข้าร่วมภาคีดังกล่าว เพราะปัจจุบันการเข้าร่วมภาคีหรืออนุสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวกับมรดกโลกนั้นกำลังสร้างปัญหาให้กับประเทศด้วยข้อผูกมัดที่มีในภาคีหรืออนุสัญญานั้นๆ เช่น กรณีปราสาทพระวิหาร เป็นต้น”

มโนราห์ หรือ โนรา แม้จะเป็นที่รับรู้กันในหมู่สังคมไทยว่าเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ แต่ทว่าไปแล้วมโนราห์ภาคใต้ก็ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่ส่งต่อทอดกันมา อาจเป็นได้ว่าจากแผ่นดินหนึ่งสู่อีกแผ่นดินหนึ่งโดยมีสายวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมโยง ดังที่อาจารย์ศรีศักรได้สะท้อนให้เห็นการแสดงมโนราห์ไม่ได้มีเฉพาะในภาคใต้ของไทยแห่งเดียว ยังมีปรากฏแห่งอื่นๆ อีกด้วย เพียงแต่รับปรับประยุกต์ในท่าร่ายรำ

สอดรับกับมุมมอง ดร.วัฒนะ บุญจับ นักวิชาการด้านวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร เขียนบทความ “อัตลักษณ์ วรรณกรรมแห่งสุวรรณภูมิ” (ภูมิบ้านภูมิเมือง -ศิลปวัฒนธรรม สยามรัฐรายวัน 21 พ.ค.53) ตอนหนึ่ง “วรรณกรรมอีกเรื่องหนึ่ง เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในสุวรรณภูมิ คือ “พระสุธน-มโนห์รา” ซึ่งเมื่อไปปรากฏในแต่ละประเทศก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป อาทิ นางมโนห์รา สุธนู นางนกยูง เป็นต้น”

วัฒนะ เขียนให้เห็นกรณีวรรณกรรม "พระสุธน มโนราห์" ว่า “ได้รับการเผยแพร่ผ่านงานศิลปะหลากหลายรูปแบบในภูมิภาคนี้ ทั้งในรูปของงานจิตรกรรม ประติมากรรม และบทละครในการแสดง อาทิ การเล่น “โนรา” ในภาคใต้ของไทย

การแสดงฟ้อน “กิงกะหล่า” ซึ่งหมายถึงกินรี ในวัฒนธรรมไทใหญ่ ส่วนนางมโนราห์ของสิบสองปันนา ไม่ใช่ "กินรี" แต่เป็น "นกยูง" และสิ่งที่พัฒนาสืบต่อมาจากเรื่องพระสุธนมโนราห์ คือการประดิษฐ์ท่ารำ ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ "ระบำนกยูง" และประเทศกัมพูชาก็นิยมนำเสนอในรูปแบบของละครรำเช่นกัน”

ในขณะที่มโนราห์ภาคใต้ของไทย มีท่ารำที่อ่อนช้อย สวยงาม บทร้องเป็นกลอนสด เครื่องดนตรีประ กอบด้วยกลอง ทับคู่ ฉิ่งโหม่ง ปี่ชวา กรับ และมีพิธีกรรมไหว้ครูตามคติความเชื่อก่อนการแสดงทุกครั้ง ซึ่งการแสดงมโนราห์ภาคใต้ ก็มักนิยมผูกเรื่องพระสุธน-มโนราห์เช่นกัน

มโนราห์ภาคใต้ เชื่อกันว่าเกิดขึ้นครั้งแรกในราชสำนักของพัทลุง พระยาสายฟ้าฟาด ที่หัวเมืองพัทลุง (ปัจจุบันคือตำบลบางแก้ว จังหวัดพัทลุง) แล้วแพร่ขยายไปยังหัวเมืองอื่นๆ ของภาคใต้ “ปัจจุบันมีคณะแสดงมโนราห์ในจังหวัดพัทลุงมากกว่า 100 คณะ” น.ส.สาเรศ กกแก้ว ครูภูมิปัญญาท้องถิ่นสอนมโนราห์ ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง กล่าว ขณะเดียวกันชุดมโนราห์ได้มีการพัฒนามาเป็นเครื่องแต่งกายตุ๊กตา สินค้าที่ระลึกโดดเด่นของจังหวัด “มีที่นี่แห่งเดียว” นายพิชญุตม์ จันทระ คนหนุ่มสร้างสรรค์ ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง กล่าวภูมิใจในศิลปะแขนงนี้

อย่างไรก็ตาม การจะเสนอมโนราห์ก็ดี หรือศิลปะการแสดงพื้นบ้านแขนงอื่นๆ ก็ดี เพื่อขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ นับเป็นกรณีที่ สวช. ควรศึกษาให้ดีอย่างถี่ถ้วน แล้วทว่าไปสิ่งที่ควรกระทำมากที่สุดตอนนี้คือกระตุ้นให้คนท้องถิ่นแต่ละภูมิภาค หันมาสร้างสำนึกรักมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

น่าจะเป็นการดีกว่ามิใช่หรือ

supreme

supreme  Author newspaper  Joined: 16 Nov 2005 Posts: 1258
Display posts from previous:   
   ARTgazine Articles -> Art News
   Page 1 of 1   Post new topic Reply to topic
View previous topic :: View next topic  
Jump to:  



Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
ALL rights reserved.www. ArtGaZine .com. thailand