ARTgazine Articles
ความรอบรู้ ในบริบทแห่งศิลปะ
Gallery
Article
blogART
About
Concact
NEW Archives
New Images
TOP Images
Top uploaders
All images
All comments
บทความศิลปะ
ART NEWS
บทความ ทั่วไป
ทฤษฎี นาคปรก นาคแปลง
นิทรรศการ - ข่าวประชาสัมพันธ์
Blogger writes about Thailand is ART.!Click here
About Hello Artist!
EMIL,TO aRTGAZINE contact such as for your site.Concact
Milan Fair 2007 การออกแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ARTgazine Articles
->
บทความศิลปะ
View previous topic
::
View next topic
Posted: Mon Jul 09, 2007 3:10 am |Message| Post subject: Milan Fair 2007 การออกแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
Milan Fair 2007 การออกแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เรื่อง : ศิริวรรณ เต็มผาติ
ช่วงขณะที่ท้องถนนในเมืองเชียงใหม่ เพิ่งละความฉ่ำชุ่มจากการสาดน้ำสงกรานต์ไปหมาดๆ ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนในแวดวงของการออกแบบที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อเข้าชมงาน Salone International del Mobile งาน 'แฟร์' ที่เป็นเสมือนดัชนีบ่งบอก 'เทรนด์' ของการดีไซน์และการตกแต่ง นานาแบรนด์ดังระดับโลกต่างประชันกันทั้งในเรื่องของการออกแบบและเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่การสร้างสรรค์ผลงานผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงรูปแบบการนำเสนอ การจัดปาร์ตี้ของเหล่าดีไซเนอร์ และนิทรรศการที่ทำให้โลกของการออกแบบตกแต่งชิดใกล้กับผู้คนมากขึ้น
กระแสโลกร้อนที่ตื่นตัวกันมากขึ้นในปีนี้ ทำให้นักออกแบบหลายรายได้ให้ความสนใจในเรื่องของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (eco-friendly product) มากขึ้น โดยมีการปรับให้ดีไซน์ลงตัวกับฟังก์ชันมากขึ้น เป็นการจูนคลื่นระหว่าง 'ความงาม' และ 'ประโยชน์ใช้สอย' ให้มาบรรจบกัน
นักออกแบบชั้นแนวหน้า อย่าง Piero Lissoni, Phillipe Starck, Patricia Urquiola, Jean Marie Masuad, Ross Lovegrove, Carlo Colombo มีผลงานให้เห็นอย่างหนาตาในต่างๆ แบรนด์ และแม้ว่าคนดังอย่าง Zaha Hadid กับ Karim Rashid จะไม่มีงานออกแบบมากชิ้นเท่ากับรายชื่อที่กล่าวมา แต่งานน้อยชิ้นของทั้งสอง ก็สร้างความน่าทึ่งให้ได้อย่างมาก ในขณะที่ Naoto Fukusawa เป็นดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นที่แหวกทางสร้างชื่อมาอยู่ในทำเนียบนักออกแบบแถวหน้าได้อย่างงดงาม
ไม้ หนัง สเตนเลสสตีล ยังคงเป็นวัสดุหลักที่ถูกใช้มากที่สุด แม้จะมีวัสดุสังเคราะห์ใหม่ๆ พลาสติกในรูปแบบต่างๆ เข้ามาเป็นทางเลือก บรรดานักออกแบบต่างพยายามสร้างความไม่ธรรมดา ในงานชิ้นที่ดูเผินๆ เหมือนไม่มีอะไรพิเศษ แต่ความวิเศษนั้นเกิดขึ้นเมื่อได้สัมผัส
ขาว-ดำ โดดเด่น
คู่สีอมตะขาว-ดำนี้ เป็นพระเอก-นางเอกของงานก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหนๆ ก็จะมีเฟอร์นิเจอร์เฉดสีขาว สีดำ ออกมาให้เห็นล้ำหน้าสีอื่นๆ ซึ่งเป็นอิทธิพลเดียวกับเทรนด์แฟชั่น ท่ามกลางคู่สีอมตะ สีสดก็ยังมีมาให้เห็น เพื่อแสดงความเป็นตัวตนคนรักสีของอิตาเลียน ส้ม แดง เหลือง โดดเด่นอยู่แถวหน้าของบรรดาสีสด นอกจากนี้แล้ว เราก็จะได้เห็นเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านสีเมทัลลิคอย่างเงิน ทอง และทองแดงอยู่บ้างประปราย
เรียบมาแรง
เทรนด์เฟอร์นิเจอร์ในปีนี้ แข่งกันที่ความเรียบของการดีไซน์ โครงเส้นสายที่เรียบตรง รูปแบบของงานกราฟฟิก ถูกนำมาใช้เสมือนหนึ่งเป็นการประลองความคิดสร้างสรรค์ว่า ในความเรียบเท่-โก้-หรือคลาสสิกนั้น ของใครจะดึงดูดสายตาได้มากกว่ากัน และแน่นอนว่า เมื่อตั้งโจทย์กันไว้ที่ 'ความเรียบ' แล้ว ก็หมายความว่า ต้องแสดงความประณีตกันอย่างเต็มที่ วัสดุชั้นดีและฝีมือการผลิตชั้นเยี่ยม จึงจะหนุนส่งให้ความเรียบนั้นมีความหมายที่ไม่ธรรมดา
นั่งๆ นอนๆ บนโซฟา
วัสดุหุ้มโซฟานั้น เท็กซ์ไทล์ (สิ่งทอ) เป็นที่นิยมมากกว่าหนัง สีสันยังคงเป็นสีพื้นที่นิยมกันอย่างขาว ดำ เทา น้ำตาล เบจ น้ำเงิน ส่วนสีสดอย่างส้ม แดง นั้นพอมีให้เห็นบ้าง อาร์มแชร์กับเลานจ์แชร์มาในทรวดทรงอวบใหญ่ แต่นั่นยังไม่เท่ากับโซฟาที่แต่ละแบรนด์เน้นกันที่ขนาดใหญ่พิเศษ ชนิดนั่งสบาย และกว้างขวางพอที่จะเอกเขนกนอนเล่น หลายๆ แบรนด์ยังเน้นเป็น 'โมดูลาร์โซฟา' สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนย้ายให้มาต่อกันได้ และถึงแม้บางตัว อย่าง Moon ของ B&B Italia ที่ Zaha Hadid มาออกแบบให้ จะออกมาในทรงเพรียวแบบพระจันทร์เสี้ยว แต่ก็เป็นเสี้ยวจันทร์ที่ใหญ่เอาเรื่อง ชนิดที่ว่าห้องรับแขกขนาดเล็กนั้น ไม่มีทางจะวางได้สวยเลย
'moon system' by zaha hadid
นอกจากโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งแล้ว เดย์เบดดีไซน์เก๋ก็มีมาให้เห็นในหลายๆ แบรนด์ ที่เห็นปั๊บจับใจและลืมไม่ลงคือ เดย์เบดหนังสีดำจาก Minotti ที่ไว้สำหรับคนชอบเอ็นเตอร์เทนโดยเฉพาะ เพราะมีกระเป๋าเล็กกระเป๋าน้อยบริเวณพนักพิง ซ้าย-ขวา ให้เอาไว้ใส่รีโมตคอนโทรล หูฟังประดามี ซึ่งก็เข้าข่ายดีไซน์ที่ซ่อนเรียบเก็บมิดชิดเหมือนกัน แต่สำหรับคนที่ชอบสไตล์อบอุ่น แบรนด์ที่มีเอกลักษณ์อย่าง Gervasoni ก็ได้ใจไปเต็มๆ กับคอลเลคชั่นใหม่ที่ให้ชื่อว่า Grey ผลงานของดีไซเนอร์ Paolo Navone ที่นำงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ เบาะผ้าฝ้าย มารวมตัวกันในแบบที่เรียกว่า นำเอาสิ่งงดงามในอดีตมาปรับสู่โลกสมัยใหม่ได้อย่างน่าชม ด้าน Moroso นั้นโดดเด่นด้วยคาแรคเตอร์ที่มีความเป็นอาร์ตเข้ามาปน สีสันและลวดลายแบบอาร์ตคราฟท์ทำให้โซฟาของแบรนด์นี้ ดูตื่นตาสนุก
chair from the 'volant range' collection by patricia urquiola
ตู้ไม่มีที่จับ
ทั้งตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ ตู้หนังสือ ตู้ครัว เป็นแบบบานเรียบกริบ เทรนด์ที่มาแรงคือเรียบตลอดบาน ไม่มีที่จับโผล่มาให้เห็น ผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่จึงได้งงงันกับตู้บางตู้ ที่นอกจากจะทั้งใหญ่ ทั้งหน้าบานเยอะแล้ว แต่ไม่มีที่จับ ไม่มีทั้งร่องให้เลื่อน จะเปิดกันได้อย่างไร เฉลยก็คือ ใช้ระบบกดสัมผัส บานตู้ก็จะเด้งออกมา คราวนี้ คนชมก็เล่นสนุกกดกันใหญ่ แม้ว่าบางบานจะกดเท่าไหร่ บานก็ไม่เปิด เพราะทำไว้เป็นบานหลอกเท่านั้น ลองคิดเล่นๆ ว่า เทรนด์ไร้มือจับที่มาแรงนี้น่าจะทำให้หัวขโมยงงงันกับวิธีเปิดได้เหมือนกัน
หน้าใหม่น่าทึ่ง
แต่ละปีในงานมิลานเฟอร์นิเจอร์แฟร์นี้ สิ่งที่นักชมงานมักไม่ยอมพลาดชมคือ ผลงานของบรรดา young designer หรือดีไซเนอร์รุ่นใหม่ซึ่งจัดแสดงไว้ในบริเวณ Salone Satellite
ผลงานของกลุ่ม Hidden Art จากอังกฤษดูจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ทั้งด้วยตัวผลงานเอง และการจัดแสดงที่ดี Anthony Dickens นักออกแบบจากกลุ่มนี้ นำเสนอ Origami โต๊ะกลางแบบเตี้ย รูปทรงสามเหลี่ยม กลุ่มนักออกแบบหน้าใหม่ที่ได้รับการจับตามองอีกราย คือ The IN/D Label นำเสนอผลงานในชื่อว่า Much Depends On Dinner มีช้อนส้อม จาน แก้วไวน์ที่ดีไซน์แปลก สะดุดตา และน่าใช้
ผลงานของ young designer แต่จัดอยู่นอกแฟร์ คือไปแสดงงานอยู่ที่ถนน Tortuna นั้น ต้องขอชื่นชมผลงานของ Molo สตูดิโอดีไซน์จากแวนคูเวอร์ ที่นำเสนอผลงาน Soft ที่เอากระดาษมาทำเป็นเก้าอี้-ม้านั่ง ฉากกั้น กำแพง และโคมไฟ...ได้อย่างแสนเท่ จุดเด่นของเก้าอี้และฉากกระดาษนี้ นอกจากจะรับน้ำหนักได้ดีแล้วคือสามารถพับเก็บได้อย่างสะดวก ช่วยประหยัดเนื้อที่ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาต่อกันเพื่อเพิ่มจำนวนที่นั่งหรือเพื่อเพิ่มความยาวของฉากกั้นได้อีก
ดีไซน์ไฟ
เทรนด์ของไฟ ไม่ต่างจากเฟอร์นิเจอร์ ดีไซน์เป็นเรื่องสำคัญพอๆ กับฟังก์ชัน สีขาว-ดำยังคงครองอันดับท็อป แต่เทรนด์สีเมทัลลิคอย่างเงิน ทอง และทองแดงก็มาแรงเช่นกัน
ในบรรดาแชนดะเลียร์คริสตัลโชว์ที่โดดเด่นเป็นที่สุดในปีนี้ ต้องมอบตำแหน่งให้ Swarovski Crystal Palace โชว์ผลงานการออกแบบแชนดะเลียร์คริสตัลของนักออกแบบและศิลปินชั้นแนวหน้าของโลกกว่า 18 คน โชว์นี้ที่ดึงคนให้เพริดได้ตั้งแต่ทางเข้า ผนังสีดำสองฟากทางเดินฝังเม็ดคริสตัลส่องประกายไฟ และตัวหนังสือเรืองแสงบ่งบอกแนวคิดการออกแบบของดีไซเนอร์ชื่อดัง
ผลงานที่คนให้ความสนใจมากเป็นพิเศษคือ Morpheus แชนดะเลียร์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 ฟุต ใช้คริสตัล 30,000 เม็ด จากการออกแบบของ อีฟส์ เบออาร์ (Yves Behar) ซึ่งเป็นเหมือนงานประติมากรรมไฟคริสตัล ที่สามารถเปลี่ยนรูปทรงได้จากทรงกลม ทรงรี ทรงเหลี่ยม หรือทรงอื่นๆ อันแปลกตา ด้วยการใช้รีโมตคอนโทรล
ชิ้นที่ใหญ่และตื่นตาเป็นพิเศษ ชนิดที่ว่าใครมางานนี้ เป็นต้องไม่พลาดเดิน ลอด ไฟ ก็คือผลงานของหนุ่มเบลเยียม เอิร์น แควงซ์ (Arne Quinze) ที่สร้าง Dream Saver ตัวโครงสร้างสูง 3 เมตร ยาว 12 เมตร มีม่านคริสตัลแขวนไว้ตลอดแนว รวมน้ำหนักได้ 5.5 กิโลกรัม ด้วยรูปลักษณ์ที่เขาออกแบบ ทำให้เหมือนคริสตัลนั้น มองดูผู้คนที่เดินผ่าน เวลาคนเดินผ่านเข้าไปในไฟจะรับรู้ได้ถึงมนต์ความงามของคริสตัล ในขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ถึงพลังของคนที่เดินผ่านมาก่อนหน้านี้
ชิ้นที่เรียบ เก๋ และใช้งานได้กับทุกแห่งหน ต้องยกให้ Stone Light จากการออกแบบของคู่พี่น้อง โรนัน (Ronan) และเออร์แวน บูคูแยค (Erwan Bouroullec) ทั้งสองเลือกใช้คริสตัลขนาดใหญ่เพียงชิ้นเดียว ใส่หลอด LED ไว้ข้างใน มีกระจกเงาใส่ไว้ เพื่อเพิ่มการกระจายแสงของคริสตัล ก้อนไฟคริสตัลนี้จะนำทำเป็นโคมแขวน หรือจะยกโยกย้ายไปตั้งบนโต๊ะ หรือตั้งตามทางเดินในสวนก็ได้
Flos มีงานของหนุ่มนักออกแบบเนื้อหอม มาร์เซล แวนเดอร์ส (Marcel Wanders) ที่พาเอาผู้คนที่เข้าชมงานต่างไปรุมล้อม นั่นคือ Sky Garden โคมทรงกลมขาว-ดำ ด้านในเป็นปูนปลาสเตอร์ลายดอกไม้ อีกชิ้นของแวนเดอร์ส คือ Sparkling ทำโคมไฟเป็นเหมือนชามแก้วคริสตัลลายดอกไม้ ดูง่ายแต่เปรี้ยวเท่ มีความเป็นอาร์ตอยู่ในตัว เป็นแนวของแวนเดอร์สอย่างแท้จริง ดูได้จาก Calvin โคมไฟยักษ์ที่เขาทำนำในนามของเขาเอง
'beat light' series of hand-beaten pendant lights with black patinated exterior
ดีไซเนอร์จากอังกฤษ ทอม ดิกซัน (Tom Dixon) ที่ปีนี้คว้ารางวัลจาก 2 สถาบันในผลงานไฟของเขา ก็มีคอลเลคชั่นใหม่ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะตัว Beat Lights และ Beat Stout โคมแขวนที่ทำจากทองเหลืองที่มีรูปทรงเรียบเก๋ สีดำเงาด้านนอกตัดกันอย่างงดงามกับสีทองด้านใน ที่ยิ่งดูอร่ามมากขึ้นเมื่อต้องแสง
ใช่ว่าจะมีแต่แบรนด์อิตาเลี่ยนหรือฝรั่งชาติอื่น เพราะ Yamagiwa จากญี่ปุ่นก็มาแสดงในงานนี้เหมือนกัน Ross Lovegrove ดีไซเนอร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นมือหนึ่งในความเรียบเก๋ เข้ามาร่วมออกแบบไฟตั้งโต๊ะทำงาน Bubblair ที่มีคาแรคเตอร์น่าทึ่ง ดูสวยสงบ และมีฟังก์ชันการใช้งานได้ในหลากหลายสภาวะแวดล้อม
อีกชิ้นที่เรียบแต่สวยจัดคือ ToFu (เต้าหู้) ที่ซ่อนหลอดไฟฮาโลเจนไว้ในวัสดุโปร่งแสง methacrylate ซึ่งมีรูปทรงเหมือนก้อนเต้าหู้
LINK : gallery
--
ดูผลงานการออกแบบได้ที่นี่ milan design week 2007
---
Designws.com Milan Route 07
หมายเหตุ: เรียบเรียงและตัดทอนข้อความบางส่วนจากเรื่อง Milan Furniture Fair 2007 ในนิตยสาร Livingetc ฉบับมิถุนายน และ 'ดีไซน์ไฟในมิลานแฟร์' ในนิตยสาร Livingetc ฉบับเดือนกรกฎาคม
โดย
จุดประกาย วันอาทิตย์
ปีที่ 20 ฉบับที่ 6949 วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2550
supreme
Author
newspaper
Joined: 16 Nov 2005 Posts: 1225
Display posts from previous:
All Posts
1 Day
7 Days
2 Weeks
1 Month
3 Months
6 Months
1 Year
Oldest First
Newest First
ARTgazine Articles
->
บทความศิลปะ
Page
1
of
1
View previous topic
::
View next topic
Jump to:
Select a Art Forum
ART Articles
----------------
บทความศิลปะ
Art News
Thai Artist : Life Style
General Articles
----------------
บทความ ทั่วไป
ศิลปะไทย
----------------
ทฤษฎี นาคปรก นาคแปลง
Exhibiton
----------------
นิทรรศการ