ARTgazine Articles
ความรอบรู้ ในบริบทแห่งศิลปะ
Log in
Register
Gallery
  • Gallery
  • Article
  • blogART
  • About
  • Concact
 
NEW ArchivesNew ImagesTOP ImagesTop uploadersAll imagesAll comments
บทความศิลปะ ART NEWS บทความ ทั่วไป ทฤษฎี นาคปรก นาคแปลง นิทรรศการ - ข่าวประชาสัมพันธ์
Blogger writes about Thailand is ART.!Click here
About Hello Artist!
EMIL,TO aRTGAZINE contact such as for your site.Concact
 
  แบบไหน'พุทธศิลป์'รัตนโกสินทร์
   ARTgazine Articles -> บทความศิลปะ
View previous topic :: View next topic  
PostPosted: Wed Nov 28, 2007 10:48 am  |Message|   Post subject: แบบไหน'พุทธศิลป์'รัตนโกสินทร์ Reply with quote

แบบไหน"พุทธศิลป์"รัตนโกสินทร์
ข่าววันที่ 20 พฤศจิกายน 2550 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ
คึกฤทธิ์กับวัฒนธรรม


ท่านใดเป็นบุคคลที่ชอบท่องเที่ยวไปแหล่งโบราณสถาน อย่างเช่นอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุท ยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่อุทยานฯ แห่งนี้กำลังจะมีปัญหาถูกถอดจากมรดกโลกทางวัฒนธรรมหรือไม่ จากการประเมินขององค์การยูเนสโกในกลางปีหน้า

เพราะในพื้นที่เขตอุทยานฯ ชั้นในนั้นสกปรกดีแท้ เต็มไปด้วยสิ่งรกรุงรัง ทั้งกิจกรรมการแสดง ร้านขายของ หรือเลยไปกระทั่งมีคนอุตริไปสร้างอาศรมกันขึ้นในวัดหลายวัดอันเป็นศาสนถานโบราณ ก็ยังไม่เห็นมีหน่วยงานไหนเข้าไปดำเนินการให้เป็นที่เป็นทาง

อย่างกรมศิลปากรก็ดี สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ดี และองค์การปกครองท้องถิ่นโดยตรงก็ดี

อย่างที่ได้เกริ่นไปว่าใครชอบเที่ยวโบราณสถานและวัดเก่าๆ นั้น สิ่งหนึ่งที่ท่านจะแลเห็นได้อย่างหนึ่งนอกจากศิลปกรรมวัตถุของอาคารโบราณสถานแล้ว ศิลปวัตถุหนึ่งที่จะให้เราได้แลเห็นได้ถ้ามีคือพระพุทธรูป

ถ้าเราไปเที่ยวโบราณสถานในสมัยเชียงแสน เราก็จะเห็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน เที่ยวสุโขทัยก็จะแลเห็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย เช่นเดียวกันไปเที่ยวแถวอู่ทองสุพรรณบุรี ก็จะแลเห็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดีอู่ทอง ปรากฏให้เห็นในโบสถ์ ยิ่งในสมัยอยุธยาก็ยิ่งแลเห็นได้ง่าย

ในความชื่นชมประติมากรรมพระพุทธแต่ละยุคสมัยของไทยนั้น แต่ใครเคยสังเกตและพิเคราะห์กัน บ้างไหมว่า พระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์นี้มีรูปลักษณะพุทธศิลป์อย่างไรกัน ในเรื่องนี้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านได้เขียนไว้ ก็ขอนำมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง ท่านว่า

เมื่อวันสองวันมานี้ผมไปคุยกับอาจารย์ประติมากรรมที่ผมเคารพนับถือท่านหนึ่ง

ที่ๆ คุยกันอยู่นั้นเป็นห้องทำงานของท่าน เห็นมีรูปปั้นบุคคลต่างๆ ซึ่งท่านได้ปั้นไว้และหล่อเป็นปลาส เตอร์ไว้แล้วหลายรูปก็เลยคุยกันด้วยเรื่องรูปปั้นบุคคลเหล่านั้นก่อน

อาจารย์บอกว่า รูปปั้นบุคคลเหล่านั้นบางรูปก็ดี ถูกใจท่าน บางรูปก็ไม่ดี ไม่ถูกใจ

ผมชี้ไปที่รูปปั้นรูปหนึ่ง ซึ่งผมเห็นว่าเหมือนตัวจริง แต่อาจารย์กลับบอกว่ารูปปั้นนั้นไม่ดี ถึงจะเหมือนก็เหมือนแบบรูปถ่าย เป็นรูปตาย เพราะไม่มีอะไรอยู่ข้างใน

อะไรที่อยู่ข้างในนั้นก็คือบุคลิกลักษณะของบุคคลที่เป็นแบบให้ปั้น ถ้าศิลปินสามารถเก็บเอาบุคลิก ลักษณะนั้นเข้าไว้ในรูปปั้นได้ รูปปั้นนั้นถึงจะไม่เหมือนก็ยังจะมีชีวิต

และที่สำคัญที่สุดก็คือเป็นตัวบุคคลที่ปั้น

อาจารย์ชี้ให้ดูรูปปั้นอีกรูปหนึ่ง ซึ่งอาจารย์บอกว่ามีอะไรอยู่ในนั้นครบถ้วน ผมดูไปแล้วก็เห็นจริง ยิ่งนั่งดูไปก็ยิ่งแลเห็นชีวิตแลเห็นความเคลื่อนไหว และแลเห็นตัวของผู้ที่มาเป็นแบบให้ปั้นนั้นได้ชัดยิ่งขึ้น

อาจารย์กำลังแต่งพระพุทธรูปที่ได้ปั้นไว้แล้วองค์หนึ่ง ผมถามท่านว่าพระพุทธรูปองค์นั้นเป็นแบบไหน ท่านก็บอกว่าไม่มีแบบแน่นอน เพราะในพระพุทธรูปองค์นั้นมีพระพุทธรูปแบบต่างๆ เช่นแบบเชียงแสน แบบอู่ทอง แบบสุโขทัย เอามาผสมกันเข้า

แบบแต่ละแบบที่มาผสมกันนั้นก็ยังแยกกันอยู่แลเห็นได้ชัด เช่นพระพักตร์เป็นสุโขทัย ลำพระองค์เป็นอู่ทอง และพระหัตถ์เป็นเชียงแสน

ผมถามอาจารย์ว่า พระพุทธรูปที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นแบบรัตนโกสินทร์นั้นมีหรือไม่

อาจารย์ตอบว่าไม่มี

เพราะพระที่สร้างกันในยุครัตนโกสินทร์ตอนแรก ก็เป็นพระแบบอยุธยาตอนปลายทั้งสิ้น ส่วนพระที่สร้างขึ้นในกรุงรัตนโกสินทร์ยุคต่อๆ มา ก็เป็นแบบผสม หาอะไรเป็นของตัวเองไม่ได้

ส่วนพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเมื่อ 25 พุทธศตวรรษนั้นเป็นพระสุโขทัย แต่มีพระศกเป็นแบบคันธาร ราษฎร์ และห่มจีวรแบบพระสงฆ์ห่มจริงๆ ตามธรรมชาติ ดูแล้วก็เป็นรูปพระสงฆ์ไป ไม่ใช่พระพุทธรูป

คิดดูแล้วก็น่าประหลาดใจที่คนไทยในยุครัตนโกสินทร์ อันเป็นยุคที่รุ่งเรืองยาวนานที่สุดในประวัติของชาติไทยนั้นไม่สามารถสร้างพระพุทธรูปอันเป็นแบบของตนเองจริงๆ ขึ้นได้

แต่คนไทยสมัยลพบุรี สมัยเชียงแสน สมัยสุโขทัย สมัยอู่ทอง สมัยอยุธยา และคนไทยที่เมืองนครศรี ธรรมราชนั้น สามารถสร้างพระพุทธรูปอันเป็นแบบของตนเองแท้ๆ ขึ้นมาได้

พระพุทธรูปแต่ละแบบนั้นใครได้เห็นแล้วก็ย่อมจะต้องยอมรับว่าเป็นรูปของพระพุทธเจ้า ไม่มีทางจะปฏิเสธเป็นอย่างอื่นได้ ทั้งที่พระพุทธรูปแต่ละแบบก็แตกต่างกันอย่างมากมาย

และพระพุทธรูปแบบต่างๆ ของไทยนั้นใครได้เห็นก็ย่อมจะเกิดทัศนานุตริยะ บังเกิดความศรัทธาเลื่อมใส และแลเห็นพระพุทธคุณเป็นอัศจรรย์

ถ้าจะพูดกันอย่างสมัยใหม่ก็เห็นจะต้องพูดว่า พระพุทธรูปแต่ละแบบนั้นถึงจะมีศิลปะแตกต่างกัน มีฝีมือช่างแตกต่างกัน ใช้วัสดุคนละอย่างกัน และมีเทคนิคในการปั้นการหล่อ และการสลักต่างกัน แต่ก็ยังมีบุคลิก ลักษณะที่ตรงกันแลเห็นได้ชัด

บุคลิกลักษณะนั้นคือบุคลิกลักษณะของพระพุทธเจ้า

ช่างปั้นพระพุทธรูปไทยสมัยต่างๆ นั้นก็เป็นคนที่เกิดไม่ทันพระพุทธเจ้า

เช่นเดียวกับช่างสมัยรัตนโกสินทร์

แต่เหตุไฉนจึงรู้จักพระพุทธเจ้าดีพอ ที่จะเก็บเอาบุคลิกลักษณะของพระพุทธเจ้าใส่ไว้ในรูปปั้นของตนได้

ส่วนช่างรัตนโกสินทร์นั้นดูเหมือนจะไม่รู้จักพระพุทธเจ้าเอาเลยทีเดียว คงรู้จักแต่พระพุทธรูปเชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง และอื่นๆ เมื่อถึงเวลาจะปั้นพระพุทธรูปจึงไม่สามารถจะเอาบุคลิกลักษณะของพระพุทธเจ้ามาใส่ไว้ได้ คงได้แต่ถอดแบบพระพุทธรูปสมัยต่างๆ ที่ตนรู้จักมาใส่ไว้เท่านั้น

เรื่องนี้ออกจะน่าคิด

เพราะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า คนไทยสมัยก่อนๆ นั้นรู้ธรรมและปฏิบัติธรรม จนรู้จักพระพุทธเจ้าใกล้ชิด ขนาดถอดเอาบุคลิกลักษณะของพระพุทธเจ้ามาใส่ไว้ในรูป ซึ่งสลักด้วยหิน ปั้นด้วยปูน หรือหล่อด้วยโลหะได้

คนไทยในสมัยก่อนจึงเรียกได้ว่า ได้สร้างพระพุทธรูปจากพระพุทธเจ้าที่ตนรู้จักอย่างใกล้ชิดสนิทสนม

แต่คนไทยสมัยนี้ สร้างพระพุทธรูปจากพระพุทธรูปเก่าๆ ที่ตนเคยเห็นเท่านั้น เพราะไม่รู้จักพระพุทธ เจ้าตัวจริงเอาเลย

ใครจะแน่กว่าใครก็ลองคิดดูเอาเองเถิดครับ

เรื่องนี้เขียนขึ้นมาใช่ว่าช่างสมัยรัตนโกสินทร์ปัจจุบันนี้จะไม่มีภูมิปัญญาพุทธศิลป์เอาเสียเลย ที่เห็นมีอยู่นั้นเป็นเพียงอาคารศาสนวัตถุร่วมสมัย เช่นที่วัดร่องขุน จังหวัดเชียงราย ผู้สร้างคุณเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

ส่วนพุทธศิลป์สมัยรัตนโกสินทร์นี้ยังไม่มี


D3820ma.jpg
 Description:
พุทธศิลป์
 Filesize:  27.93 KB
 Viewed:  2200 Time(s)

D3820ma.jpg



supreme

supreme  Author ศิลปวัฒนธรรม  Joined: 06 Mar 2006 Posts: 100
Display posts from previous:   
   ARTgazine Articles -> บทความศิลปะ
   Page 1 of 1   Post new topic Reply to topic
View previous topic :: View next topic  
Jump to:  



Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
ALL rights reserved.www. ArtGaZine .com. thailand