ARTgazine Articles
ความรอบรู้ ในบริบทแห่งศิลปะ
Log in
Register
Gallery
  • Gallery
  • Article
  • blogART
  • About
  • Concact
 
NEW ArchivesNew ImagesTOP ImagesTop uploadersAll imagesAll comments
บทความศิลปะ ART NEWS บทความ ทั่วไป ทฤษฎี นาคปรก นาคแปลง นิทรรศการ - ข่าวประชาสัมพันธ์
Blogger writes about Thailand is ART.!Click here
About Hello Artist!
EMIL,TO aRTGAZINE contact such as for your site.Concact
 
  116 ปี ศิลป์ พีระศรี
   ARTgazine Articles -> Thai Artist : Life Style
View previous topic :: View next topic  
PostPosted: Fri Sep 19, 2008 9:08 am  |Message|   Post subject: 116 ปี ศิลป์ พีระศรี Reply with quote

รื่นรมย์ศิลป์
ข่าววันที่ 14 กันยายน 2551 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ


116 ปี ศิลป์ พีระศรี
ศิลปินรัตนโกสินทร์

วันศิลป์ พีระศรี เวียนมาบรรจบอีกครั้ง ปีนี้ครบรอบ 116 ปี มหาวิทยาลัยศิลปากรร่วมกับกรมศิลปากร สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยศิลปากร และสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกันจัดงานวันศิลป์ พีระศรี เพื่อร่วมรำลึกถึง ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้เปรียบเสมือนบิดาของวงการศิลปะและของมหาวิทยาลัยศิลปากร ทั้งในด้านการสอน การวิจัย การเผยแพร่และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ผู้วางรากฐานการศึกษาศิลปะไว้อย่างมั่นคง เป็นแบบฉบับของการพัฒนาการศึกษาศิลปะในสมัยต่อมาจนถึงทุกวันนี้ มีการยกย่องให้ท่านเป็นศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

สำหรับวันศิลป์ พีระศรี เริ่มในวันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2551 เวลา 09.00 น. ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ กรุงเทพฯ จัดแสดงนิทรรศการ ปาฐกถาศิลป์ เสวนาเรื่อง “ศิลปะสมัยสุโขทัย: ก่อนสมัย – ในสมัย และสิ้นสมัย” โดย ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ “เมื่อศิลปวัฒนธรรมถูกคุกคาม..ชีวิตคนก็ไร้ค่า กรณีศึกษา...บ้านศิลปินแห่งชาติ : จักรพันธุ์ โปษยกฤต” โดย รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ และ นายโสภณ สุภาพงษ์ ด้านนิทรรศการของแต่ละคณะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 30 ก.ย. ณ หอศิลป์ ม.ศิลปากร

ประวัติ ศิลป์ พีระศรี เดิมชื่อ CORRADO FEROCI เกิดวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2435 ตำบลซานยิโอวานนี เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี บิดาชื่อ นายอาร์ทูโด มารดาชื่อซันตินา มีอาชีพทำธุรกิจการค้า ท่านได้สมรสกับ FANNI VIVIANI มีบุตรด้วยกัน 2 คน บุตรหญิงชื่ออิซาเบลลา ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจ บุตรชายชื่อโรมาโน เป็นสถาปนิก

ศิลป์ พีระศรี เป็นชาวฟลอเรนซ์ เมืองที่เต็มไปด้วยศิลปะ เมื่อเยาว์วัยท่านชื่นชมผลงานศิลปกรรมของไมเคิล แองเจโล ประติมากรเอกของโลกชาวฟลอเรนซ์ เมื่อโตขึ้นจึงได้เข้าศึกษาศิลปะที่ราชวิทยาลัยศิลปะแห่งนครฟลอเรนซ์ จบการศึกษาตั้งแต่อายุ 23 ปี ได้รับประกาศนียบัตรช่างเขียนช่างปั้นและเข้าสอบชิงตำแหน่งศาสตราจารย์ได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

ผลงานในวัยหนุ่มที่ได้รับยกย่องและมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะของศิลปิน คือรางวัลชนะการประกวดออกแบบอนุสาวรีย์หลายครั้ง



ชีวิตในวัยหนุ่ม ศิลป์ พีระศรีเป็นวัยที่มีพลัง ดังนั้นท่านจึงไม่พอใจในสภาพชีวิตที่เป็นอยู่ในสังคมที่เจริญแต่เพียงด้านวัตถุในประเทศอิตาลีสมัยนั้น เมื่อท่านได้ทราบข่าวว่ารัฐบาลแห่งพระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ต้องการช่างปั้นชาวอิตาเลี่ยน เพื่อเข้ามารับราชการงานอนุ สาวรีย์ในประเทศไทย ท่านจึงยื่นความจำนงพร้อมผลงานเข้าแข่งขันกับศิลปินอีกจำนวนมาก ในที่สุดรัฐ บาลไทยได้เลือก Prof. C. Feroci เข้ามารับราชการในประเทศไทย

เริ่มแรกในเมืองไทย ศิลป์ พีระศรีได้ออกเดินทางโดยทางเรือจากประเทศอิตาลีถึงกรุงสยาม ในราวต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2466 อายุได้ 31 ปี เข้ารับราชการในตำแหน่งช่างปั้นของกรมศิลปากร กระทรวงวัง เมื่อวันที่ 14 มกราคมในปีเดียวกัน โดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ศิลปินเอกแห่งกรุงสยามเป็นองค์อุปถัมภ์

ในระยะแรก เป็นช่วงเวลาที่ท่านต้องปรับตัวเองให้เข้ากับสังคมแวดล้อมและการเมือง อีกทั้งยังต้องสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับของผู้มีอำนาจในสมัยนั้น ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างผลงานรัฐบาลไทยจึงได้ยอมรับท่านเรื่อยมา เช่น มอบหมายให้ปั้นพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 เท่าพระองค์จริง ปัจจุบันประดิษ ฐานในปราสาทพระเทพบิดร และปั้นพระรูปสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ฯลฯ

งานอนุสาวรีย์ในเมืองไทย ศิลป์ พีระศรีประสงค์ที่จะใช้บุคลากรที่เป็นคนไทยในการทำงานศิลปะ เมื่อท่านได้มีโอกาสจัดสร้างอนุสาวรีย์ ท่านได้ฝึกฝนกุลบุตรกุลธิดาของไทยให้ได้ศึกษาเรียนรู้วิชาการปั้น และการหล่อโลหะขนาดใหญ่ การจัดสร้างอนุสาวรีย์ในยุคสมัยของท่านดังกล่าว นับเป็นยุคแรกที่ได้มีการจัดสร้างอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญขึ้นในประเทศไทย



ผลงานที่สำคัญซึ่งปรากฏเห็นในปัจจุบันมีดังนี้ พระบรมราชานุสาวรีย์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีขนาด 3 เท่าคนจริง ประดิษฐานที่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ท่านเป็นช่างปั้นและเดินทางไปควบคุมการหล่อที่ประเทศอิตาลี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2472

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2477

รูปปั้นหล่อประกอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2485

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่สวนลุมพินี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2484

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2493

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดสุพรรณบุรี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2497

รูปปั้นประดับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน

พระพุทธรูปพระประธานพุทธมณฑล 25 พุทธศตวรรษ ที่จังหวัดนครปฐม พ.ศ .2498 ฯลฯ

ผลงานด้านการศึกษา ด้วยเหตุที่ท่านได้ฝึกฝนเยาวชนไทยให้เข้าช่วยงานปั้นอนุสาวรีย์ จึงเป็นแรงบันดาลใจท่านจัดตั้งโรงเรียนของทางราชการขึ้นในปี พ.ศ.2469 โดยสอนเฉพาะวิชาประติมา กรรม ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ทางกระทรวงธรรมการได้เห็นความสำคัญในสิ่งที่ท่านทำ จึงได้จัดตั้งขึ้นเป็นโรงเรียนศิลปากร จัดทำหลักสูตรศิลปกรรมชั้นสูง 4 ปี ต่อมาโรงเรียนแห่งนี้ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นมหา วิทยาลัยศิลปากรในปี พ.ศ. 2486

ผลงานด้านเอกสารทางวิชาการ มีตำราและบทความมากมาย ซึ่งล้วนแต่ให้ความรู้ทางศิลปะ พยายามชี้ให้เห็นคุณค่าของศิลปะ เช่น ทฤษฎีของสี ทฤษฎีแห่งองค์ประกอบศิลป์ คุณค่าของจิตรกรรมฝาผนัง ศิลปะและราคะจริต อะไรคือศิลปะ ภาพจิตรกรรมไทย พรุ่งนี้ก็ช้าเสียแล้ว ฯลฯ

ตลอดเวลาที่ท่านใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย ท่านได้ทุ่มเทความรัก ความรับผิดชอบให้แก่งานราชการอย่างมหาศาล แม้ว่าท่านอยู่ในฐานะของชาวต่างชาติก็ตาม ต่อมาในปี พ.ศ. 2485 ท่านได้โอนสัญชาติเป็นไทยและเปลี่ยนชื่อเป็นไทย พ.ศ. 2502 สมรสกับคุณมาลินี เคนนี ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยตลอดอายุของท่าน

ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจและโรคเนื้องอกในลำไส้ที่โรง พยาบาลศิริรราช เมื่อคืนวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 รวมอายุได้ 69 ปี 7 เดือน 29 วัน ท่านได้อุทิศตนให้กับราชการไทยเป็นเวลาทั้งสิ้น 38 ปี 4 เดือน

supreme

supreme  Author Archives  Joined: 19 Dec 2006 Posts: 533
PostPosted: Sun Sep 21, 2008 7:26 pm  |Message|   Post subject: ชมงานศิลปะ ในวัน"ศิลป์ พีระศรี" Reply with quote

ชมงานศิลปะ ในวัน"ศิลป์ พีระศรี"
คอลัมน์ อาทิตย์เที่ยงวัน
โดย เชตวัน เตือประโคน

ยังทันเวลา สำหรับคนที่อยากชมงานศิลปะของชาวศิลปากร

เนื่องในวัน "ศิลป์ พีระศรี" ซึ่งปีนี้ครบรอบ 116 ปี ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้เปรียบเสมือนบิดาของวงการศิลปะและของมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อเป็นการร่วมรำลึกถึงท่าน ทั้งอาจารย์ และลูกศิษย์ชาวศิลปากรยุคปัจจุบัน ต่างเฟ้นผลงานจากมันสมองของตนเองมาจัดแสดงต่อสาธารณะมากมาย ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1.นิทรรศการศิลปกรรมของอาจารย์คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ครั้งที่ 25 "โลกรักศิลปิน ศิลปินรักโลก" ณ หอศิลป PSG Art Gallery คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์

2.นิทรรศการสถาปัตย์เรขา 50 แสดงผลงานนักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ณ หอศิลปะสถาปัตยกรรม พระพรหมพิจิตร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

3.นิทรรศการสร้างสรรค์ผลงานคณาจารย์คณะมัณฑนศิลป์ ปี 2551 ครั้งที่ 11 เรื่อง "GREEN WORLD & WASTELESS" ณ หอศิลปะและการออกแบบ คณะมัณฑนศิลป์

4.นิทรรศการศิลปะมหกรรมร่วมสมัย "วันศิลป์ พีระศรี" และเนื่องในวาระครบรอบ 65 ปี มหาวิทยาลัยศิลปากร ในหัวข้อ "รัก" ณ หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ทั้งหมดจัดแสดงระหว่างวันที่ 15-30 กันยายน

ไปเที่ยวเดียว เรียกว่าได้ชมงานศิลปะหลายแขนง คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

ในวันเปิดงาน คือ วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปเดินเตร็ดเตร่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร เดินเลือกซื้อของที่ระลึก ซึ่งนักศึกษามากมายเป็นผู้ทำขึ้นจำหน่ายเอง ทั้งภาพเขียน ภาพถ่าย สายสร้อย กำไล เสื้อยืด ฯลฯ ล้วนแต่เป็นของ "แนวๆ" ทั้งนั้น แล้วเหตุนี้ คนแนวๆ (ตะเข็บชายแดน) อย่างผม จะพลาดได้อย่างไร

เดินดูของจนรู้สึกเมื่อย พลันสายตาเหลือบไปเห็นสูจิบัตรการจัดแสดงงาน

เนื่องจากไม่ใช่เด็กศิลปากร จึงไม่รู้ว่าสถานที่จัดแสดงงานต่างๆ นั้นอยู่ตรงไหน อยากจะถามเอาจากชาวเด็กแนวทั้งหลาย แต่เมื่อมองตั้งแต่ปลายหัวจรดปลายเท้าตัวเองแล้ว ก็คิดว่า เราก็แนวพอสมควร (นี่หว่า) น่าจะทำตัวเนียนๆ ให้เข้ากับที่นี่ คิดดูแล้ว มหาวิทยาลัยแห่งนี้ (วังท่าพระ) ก็ไม่ได้กว้างใหญ่ขนาดเดินหลงเสียด้วยสิ ลองเข้าโน่น ออกนี่ โผล่นั่น ไม่นานก็หาสถานที่จัดแสดงงานศิลปะทั้ง 4 แห่ง พบ

วันนั้นจึงได้เจริญตาเจริญใจทั้งงานของชาวจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์, งานของชาวสถาปัตยกรรมศาสตร์, งานของชาวมัณฑนศิลป์ และงานศิลปะร่วมสมัยในหัวข้อ "รัก"

แต่ที่ติดใจจนอยากนำกลับมาเล่าให้ฟังในพื้นที่นี้คือ งานของอาจารย์จากคณะมัณฑนศิลป์ ท่านหนึ่ง (ขอภัยจำชื่อท่านไม่ได้ จดไว้ในกระดาษ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้กระดาษแผ่นนั้นอันตรธานไปไหนแล้ว)

เป็นงานภาพเคลื่อนไหว = วิดีโอ+แอนิเมชั่น ภายใต้หัวข้อ "GREEN WORLD & WASTELESS" ที่ชาวมัณฑณศิลป์กำหนดในปีนี้

ชื่อก็บอกว่าออกแนวรณรงค์ลดโลกร้อน...

แต่ภาพเคลื่อนไหว = วิดีโอ+แอนิเมชั่น ของอาจารย์ท่านนี้ไม่ธรรมดา ระยะเวลา 8 นาทีที่ยืนดู ผมถึงกับอึ้ง อ้าปากค้าง ตาจ้องเขม็งไปตลอดเลยทีเดียว

อาจารย์ท่านเล่าเรื่องการใช้พลังงานของคนในห้องหนึ่ง โดยตั้งกล้องวิดีโอคอยจับภาพบนหน้าจอ ทางมุมขวามีภาพต้นไม้ในกรอบสวยงามแขวนอยู่ เรื่องเริ่มต้นจากห้องที่มืดมิด แต่พลันที่เจ้าของห้องก้าวเข้ามา เปิดไฟ เปิดทีวี เปิดวิทยุ เปิดคอมพิวเตอร์ เปิดตู้เย็น คุยโทรศัพท์ ฯลฯ ใบไม้ในกรอบรูปสวยงามก็เริ่มร่วง

ทีละใบ ทีละใบ จนในที่สุดก็ร่วงโกร๋นหมดต้น

ตราบจนกระทั่งเจ้าของห้องเริ่มปิดไฟ ปิดทีวี ปิดวิทยุ ปิดคอมพิวเตอร์ ปิดตู้เย็น เลิกคุยโทรศัพท์ ฯลฯ นั่นแหละ ต้นไม้ก็เริ่มผลิใบใหม่ สดใสขึ้นมาอีกครั้ง

นี่คืองานรณรงค์ลดโลกร้อนที่มีพลัง น่าพัฒนามาเป็นงานโฆษณาทางหน้าจอทีวี ให้คนทั่วประเทศได้ชม แทนที่จะเป็นเพียงงานศิลปะ จัดแสดงในห้องแสดงงาน และมีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับรู้

องค์กรใดอยากได้โฆษณาสร้างภาพลักษณ์ ลองไปดู

ยังทันเวลาครับ


วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11152

supreme

supreme  Author Archives  Joined: 19 Dec 2006 Posts: 533
PostPosted: Tue Nov 11, 2008 2:15 pm  |Message|   Post subject: อาจารย์ศิลป์กับลูกศิษย์ เรื่องราวชีวิตของลูกศิษย์กับอาจารย์ Reply with quote

อาจารย์ศิลป์กับลูกศิษย์ เรื่องราวชีวิตของลูกศิษย์กับอาจารย์
คอลัมน์ สยามประเทศไทย
โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ


"ถ้านายรักฉัน เคารพฉัน นายไปทำงาน" อาจารย์ศิลป์ พีระศรี บอกลูกศิษย์ที่ฟูมฟายอยู่ต่อหน้าว่ารักเคารพอาจารย์ยิ่งนัก

ข้อความที่ยกมานี้อ่านจากหนังสืออาจารย์ศิลป์กับลูกศิษย์ นานหลายปีมาแล้วตั้งแต่พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2527 ด้วยฝีมือบรรณาธิการของ นิพนธ์ ขำวิไล

ขณะนี้พิมพ์ใหม่ล่าสุดเป็นครั้งที่สามโดยสำนักวิจัยศิลป์ พีระศรี ที่เพิ่งสถาปนาขึ้นมาทำงานเผยแพร่สู่สาธารณะ จะขอคัดข้อความจากเอกสารแนะนำมาให้รู้ทั่วกันดังนี้

"สำนักวิจัยศิลป์ พีระศรี ก่อตั้งขึ้นโดยลูกศิษย์ของท่านศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ทั้งลูกศิษย์ที่มีโอกาสได้เรียนกับท่านโดยตรง และศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยศิลปากรในรุ่นต่อๆ มา ด้วยสำนึกในคุณูปการที่ท่านได้สร้างไว้ให้กับมหาวิทยาลัยศิลปากรและประเทศไทยอย่างมากมาย แม้ว่าท่านจะจากโลกนี้ไปเนิ่นนานถึง 45 ปีแล้วก็ตาม แต่เรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับท่านก็ยังมิได้ถูกค้นคว้า รวบรวม และเผยแพร่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์เลย


อาจารย์ศิลป์กับลูกศิยษ์ หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวความผูกพันของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของประเทศไทย และผู้ให้กำเนิดมหาวิทยาลัยศิลปากร กับเหล่าบรรดาลูกศิษย์ที่เคยมีโอกาสได้ศึกษาหรือสัมผัสกับท่านอย่างใกล้ชิด ซึ่งในปัจจุบันล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และประสบความสำเร็จในสาขาวิชาชีพต่างๆ ทั้งศิลปิน กวี นักวิชาการ สถาปนิก นักออกแบบ นักโบราณคดี ฯลฯ ทุกคนได้ร่วมกันถ่ายทอดแง่มุมความประทับใจที่มีต่อศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และเรื่องราวชีวิตการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากรของพวกเขา ผ่านข้อเขียนและเรื่องเล่า ซึ่งมีทั้งเรื่องราวแห่งความสุข ความทุกข์ ความรัก และความฝัน เปรียบเสมือนบันทึกทางประวัติศาสตร์ และความทรงจำอันมีค่าของชาวศิลปากร



วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งสำนักวิจัยศิลป์ พีระศรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนอนุรักษ์และพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ คือ การค้นคว้า วิจัย ประวัติชีวิตและผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี รวมทั้งลูกศิษย์คนสำคัญในยุคสมัยของท่าน เพื่อจัดพิมพ์เป็นหนังสือเผยแพร่สู่สาธารณชน ซึ่งนับเป็นความมุ่งมั่นหรือเป็นเป้าหมายหลักสำคัญในเบื้องต้นของสำนักวิจัยฯ เพื่อจะทำหน้าที่ในการเก็บบันทึกข้อมูลทางประวัติศาสตร์ศิลปะสมัยใหม่ของไทยเอาไว้อย่างเป็นระบบ มีความถูกต้อง ละเอียด และลึกซึ้ง เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจในศิลปะสมัยใหม่ในยุคของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดสำคัญของศิลปะและศิลปินร่วมสมัยของไทยในปัจจุบันไปสู่สังคม โดยเอื้อประโยชน์ให้แก่นักวิชาการ ศิลปิน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจ ซึ่งสามารถนำไปใช้อ้างอิง หรือเป็นแหล่งข้อมูลในการศึกษาค้นคว้าในประเด็นต่างๆ ที่ลึกซึ้งและกว้างขวางต่อไป

นอกจากวัตถุประสงค์ที่ได้กล่าวมาแล้ว ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการเผยแพร่ผลงานของสำนักวิจัยฯ ส่วนหนึ่งจะนำเข้ากองทุนอนุรักษ์และพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ และอีกส่วนหนึ่งจะนำมาใช้สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักวิจัยฯ ในการค้นคว้า วิจัยทางศิลปะ เพื่อผลิตหนังสือ ตำรา คู่มือทางประวัติศาสตร์ศิลป์ และทฤษฎีศิลป์ หรือจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่ สนับสนุน และส่งเสริมวงการศิลปะต่อไป"

อ่านวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งสำนักวิจัยศิลป์ พีระศรี แล้ว "ใช่เลย" ทรัพยากรด้านงานช่างและงานศิลปะ มีมากมายก่ายกองในสถาบันละแวกหน้าพระลานนี้ ปัญหาอยู่ที่ผู้บริหารสถาบันมองข้ามความสำคัญการเผยแพร่วิชาความรู้สู่สาธารณะ ผ่านกระบวนการจัดพิมพ์ในรูป "สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย" เลยไม่มีอะไรในกอไผ่ นอกจากหน่อไม้หน่อเดียว แต่บางทีไม่มีหน่อไม้เลย

แม้จะรื่นเริงอย่างลิงโลดที่สำนักวิจัยฯ นี้จะผลิตหนังสือศิลปะดีๆ ทดแทน(ผู้บริหาร)มหาวิทยาลัยที่ไม่ทำหน้าที่ แต่หนักใจมากเมื่อคิดถึงเงินทุนและการบริหารจัดการที่ต้องทุ่มเทมาก แล้วจะควานหาสิ่งนั้นจากไหนให้อยู่รอดและปลอดภัย

ตอนนี้ยังคิดไม่ออก เลยบอกไม่ได้ จึงขอเขียนป่าวร้องให้นักเลงหนังสือและนักอ่านทั้งหลายรีบเร่งช่วยกันซื้อไว้เล่มละ 500 บาท หนาเกือบ 700 หน้า หนังสือเล่มนี้อ่านไม่รู้เบื่อ เพราะโวหารทันสมัยอย่างมีสมอง ต่างจากคนยุคใหม่ที่ "ทันสมัย แต่ไร้สมอง"

*****
บทความที่เกี่ยวข้อง :
--56 ปีศิลปะในความเปลี่ยนแปลง
--ครบรอบ 115 ปี ศิลป์ พีระศรี

วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11203

supreme

supreme  Author Archives  Joined: 19 Dec 2006 Posts: 533
Display posts from previous:   
   ARTgazine Articles -> Thai Artist : Life Style
   Page 1 of 1   Post new topic Reply to topic
View previous topic :: View next topic  
Jump to:  



Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
ALL rights reserved.www. ArtGaZine .com. thailand