ARTgazine Articles
ความรอบรู้ ในบริบทแห่งศิลปะ
Log in
Register
Gallery
  • Gallery
  • Article
  • blogART
  • About
  • Concact
 
NEW ArchivesNew ImagesTOP ImagesTop uploadersAll imagesAll comments
บทความศิลปะ ART NEWS บทความ ทั่วไป ทฤษฎี นาคปรก นาคแปลง นิทรรศการ - ข่าวประชาสัมพันธ์
Blogger writes about Thailand is ART.!Click here
About Hello Artist!
EMIL,TO aRTGAZINE contact such as for your site.Concact
 
  ปฏิทินพุทธทาส คุณค่าที่มากกว่าแค่บอก ‘วันเดือนปี’
   ARTgazine Articles -> Art News
View previous topic :: View next topic  
PostPosted: Thu Dec 11, 2008 2:30 pm  |Message|   Post subject: ปฏิทินพุทธทาส คุณค่าที่มากกว่าแค่บอก ‘วันเดือนปี’ Reply with quote

ปฏิทินพุทธทาส คุณค่าที่มากกว่าแค่บอก ‘วันเดือนปี’
รายงานโดย :วรธาร ทัดแก้ว
วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551



ใครเอ่ยที่มีปฏิทินธรรมของท่านพุทธทาสภิกขุ ประจำปีพุทธศักราชใหม่ 2552 แล้วบ้าง... รู้หรือไม่ว่าปฏิทินธรรมพุทธทาสนั้นเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อใด และด้วยวัตถุประสงค์อะไร

วันนี้จึงขอพาคุณผู้อ่านไปค้นหาที่มาที่ไป และความพิเศษของบทกลอนธรรมะท่านพุทธทาส อันเป็นหัวใจสำคัญของปฏิทินแต่ละชุด
บัญชา เฉลิมชัยกิจ

วัตถุประสงค์ของการจัดทำ

แน่นอนว่า การจะรู้ที่มาที่ไปของปฏิทินธรรมพุทธทาสได้ดีที่สุด คงไม่มีใครจะมาบอกกล่าวเล่าแจ้งได้กระจ่างเท่า “บัญชา เฉลิมชัยกิจ” เจ้าของและผู้ก่อตั้ง “สำนักพิมพ์สุขภาพใจ” ศิษย์ก้นกุฏิท่านพุทธทาสอีกคนหนึ่งที่ศึกษาธรรมลีลาของท่านพุทธทาสมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนมัธยม

บัญชา เล่าว่า การทำปฏิทินธรรมท่านพุทธทาสเกิดมาจากการที่ได้เห็นปฏิทินต่างๆ ที่เน้นรูปภาพสวยงามแต่สาระไม่ค่อยมี และที่เลวร้ายที่สุดเห็นจะเป็นปฏิทินโป๊เปลือยที่มองอย่างไรก็ไม่เห็นประโยชน์อันจะเกิดแก่คนดูปฏิทินสักนิด แต่ก็มีผู้จัดทำขึ้น แต่ปฏิทินดีๆ เช่น ปฏิทินพระพุทธรูปหรือพระสงฆ์ปฏิบัติดีมีชื่อเสียงไม่ปรากฏว่าจะมีใครทำขึ้น หรือมีก็เป็นส่วนน้อยเท่านั้น

“ด้วยเหตุนี้ผมจึงมาทำปฏิทินของท่านอาจารย์พุทธทาสขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการเผยแพร่ธรรมของท่าน หรือแนวสวนโมกข์ให้คนได้เข้าถึงมากขึ้นอีกทางหนึ่ง หลังจากที่ได้จัดพิมพ์หนังสือของท่านมาตลอดตั้งแต่ปี 2525 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน”

ส่วนรูปของท่านพุทธทาสที่นำมาจัดทำปฏิทินนั้น ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์สุขภาพใจ เล่าว่า ช่วงที่ท่านพุทธทาสยังมีชีวิตอยู่ มีประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะนักเล่นกล้องที่รู้ว่าท่านพุทธทาสชอบถ่ายรูป ได้เดินทางไปกราบนมัสการและถ่ายภาพท่านเก็บไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นก็ได้อัดและส่งภาพนั้นๆ ไปถวายจำนวนมาก

“ท่านอาจารย์เห็นว่าภาพเหล่านั้นน่าจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น และหวังจะให้ผู้ถ่ายภาพเหล่านั้นได้บุญมากขึ้น จึงแต่งบทกลอนสอนธรรมประกอบภาพด้วยลายมือของท่านแล้วเย็บติดกับภาพไว้แล้วเก็บใส่อัลบั้มบรรจุในลัง 45 ลัง พร้อมบอกศิษย์ใกล้ชิดให้เก็บไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคตเช่นเดียวกับเอกสารอื่นๆ ที่ท่านเขียนไว้ และนี่เองได้จุดประกายความคิดให้ผมในการทำปฏิทินธรรมดังกล่าว”



ปฏิทินธรรม...จากอดีตปัจจุบัน

เจ้าของสำนักพิมพ์สุขภาพใจ เล่าว่า ปฏิทินธรรมท่านพุทธทาสได้จัดทำขึ้นครั้งแรกในปี 2537 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน งดทำปี 2539 ด้วยเหตุผลบางประการ ปฏิทินในปีแรกเป็นการนำเอาภาพและประวัติของท่านมาจัดพิมพ์เป็นแบบตั้งโต๊ะสำหรับแจกเป็นธรรมทาน ไม่ได้ทำเพื่อจำหน่าย ต่อมามีผู้บอกว่าปฏิทินมีประโยชน์ การแจกทำได้ในวงแคบ สำนักพิมพ์ควรทำออกมาขายเพื่อจะได้เผยแผ่ในวงกว้าง

“ดังนั้น ในปีที่ 2 คือ ปี 2538 เรื่อยมาถึงปัจจุบันจึงได้เริ่มจัดพิมพ์ขึ้นเพื่อขายแต่ไม่ได้ขายทั้งหมด เพราะส่วนหนึ่งต้องจัดถวายวัดโดยมอบให้ธรรมทานมูลนิธิ ทั้งนี้สุขภาพใจเมื่อจัดพิมพ์หนังสือหรือจัดทำอะไรก็ตาม จะต้องจัดไปถวายที่สวนโมกข์ 10% เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ เพราะก่อนที่ผมจะได้พิมพ์หนังสือของท่านอาจารย์เมื่อปี 2525 ก็ได้ไปกราบนมัสการปรึกษาท่านว่าจะทำหนังสือธรรมะ ท่านบอกว่าจะขายได้หรือ ผมบอกว่าได้ ท่านบอกว่าขายบ้างแจกบ้างนะ ตั้งแต่นั้นผมก็ถือปฏิบัติร่วม 30 ปี”



ปี 2538 ปีที่ 2 เป็นการนำเอาคำสอนเรื่อง “ปฏิจจสมุปบาทในชีวิตประจำวัน” มาอธิบายพร้อมภาพประกอบ เพื่อให้เห็นกระบวนการเกิดขึ้นของทุกข์และวิธีดับทุกข์หลากหลายแง่มุมในชีวิตประจำวัน

ปี 2540 ปีที่ 3 เมตตา พานิช ประธานกรรมการธรรมทานมูลนิธิ แนะนำและอนุญาตให้สุขภาพใจนำภาพและคำกลอนที่ท่านพุทธทาสภิกขุแต่งไว้มาจัดพิมพ์เป็นปฏิทินจำหน่าย และอีกส่วนหนึ่งแจกเป็นธรรมทาน เป็นปีเริ่มแรกแห่งการนำภาพพร้อมคำกลอนของท่านพุทธทาสมาจัดทำในรูปแบบปฏิทินตั้งโต๊ะ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก และเป็นที่มาแห่งปฏิทินธรรมคำกลอนในปีต่อๆ มา

ปี 2541 ปีที่ 4 บทกลอนมุ่งเน้นไปในทางศีลธรรมขั้นพื้นฐาน ให้รู้จักโลก และทำความเข้าใจชีวิตอย่างถูกต้อง ตลอดจนนำธรรมะมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน นับเป็นปีแรกที่เสนอวันเดือนปีด้วยเลขไทยและใช้มาจนถึงปัจจุบัน

ปี 2542 ปีที่ 5 มุ่งเน้นเนื้อหาให้รู้เท่าทันโลกและชีวิตตามความเป็นจริง รู้จักความเป็นไทย เข้าใจหลักพระพุทธศาสนา และหลักการอบรมจิต

[
img]http://www.artgazine.com/shoutouts/userpix/1021_pt3_1.jpg[/img]


ปี 2543 ปีที่ 6 เป็นการสนทนาธรรมกับท่านพุทธทาสในลักษณะถามตอบ ในหัวข้อปริศนาธรรมต่างๆ โดยคัดเลือกรูปที่ใช้เทคนิคการนำภาพท่านพุทธทาส 2 ภาพหันหน้าเข้าหากัน

ปี 2544 ปีที่ 7 เป็นปีแรกที่มีการตั้งชื่อชุดและปีนี้ชื่อชุด “อาจารย์ไก่” เป็นรูปที่ท่านพุทธทาสถ่ายรูปกับสัตว์เลี้ยงต่างๆ ในสวนโมกข์และมีบทกลอนที่ท่านเขียนถึงธรรมชาติความเป็นอยู่ของสัตว์เหล่านั้นสอดแทรกด้วยหลักธรรมะสอนใจ

ปี 2545 ปีที่ 8 ใช้ชื่อชุด “ยึดมั่นมันกัดแน่” มุ่งเน้นให้มีจิตใจปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดๆ ถ้าหลงยึดมั่นในสิ่งใด สิ่งนั้นแหละมันกัดให้เกิดทุกข์ ปล่อยวางเสียได้ก็เป็นสุข

ปี 2546 ปีที่ 9 ใช้ชื่อชุด “มากินเวลากันเถิด” มุ่งสอนให้รู้จักคุณค่าของเวลา หน้าที่ และการทำหน้าที่ของแต่ละคนในแต่ละช่วงเวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยฝึกสติให้รู้เท่าทันโลกและชีวิต เข้าถึงจิตว่างจากตัวกูของกู ก็จะพบความสงบเย็นในชีวิต

ปี 2547 ปีที่ 10 ใช้ชื่อชุด “ถามท่านก่อน” เสนอแนวคิดมุ่งให้คนเราทำจิตใจให้ผ่องใส มีสติยับยั้งชั่งใจ จะทำสิ่งใดก็ถามพุทธะ คือจิตบริสุทธิ์ในตนก่อน เพื่อให้เกิด ชีวิตแท้ งามงด และสดชื่น




ปี 2548 ปีที่ 11 ใช้ชื่อชุด “ถ้าเรารู้ความลับ” โดยมุ่งหวังให้เรารู้ความลับในการดำเนินชีวิต พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสที่จะได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมด้วยการไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดๆ ให้เป็นทุกข์

ปี 2549 ปีที่ 12 ใช้ชื่อชุด “อวสานแห่งความทุกข์” บทธรรมชุดนี้มุ่งเตือนสติให้รู้จักมองโลกวัตถุนิยม รู้จักมีได้ใช้ให้เป็นกับการต้องแสวงหาในเรื่องกินกามเกียรติ ได้เห็นความจริงของชีวิตจนรู้จักลดละเลิกเลื่อนตัวตนมาสู่ความว่างจากกิเลสก็จะพบกับความสุขแท้ในจิต ที่สำคัญปีนี้เป็นปีแห่งการประกาศยกย่องท่านพุทธทาสจากยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญผู้มีผลงานดีเด่นของโลก

ปี 2550 ปีที่ 13 ใช้ชื่อชุด “ฝ่าทะเลไฟ” เรียงร้อยบทธรรมให้เห็นถึงชีวิตที่ยังมีอวิชชาจนถึงชีวิตที่ตื่นรู้เบิกบาน โดยเปรียบชีวิตเป็นเช่นเรือที่ต้องเดินทางไกลฝ่าทะเลไฟภายในคือกิเลสในใจ จะขจัดไฟเหล่านี้ได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ทุกชีวิตต้องเรียนรู้ ทางที่จะฝ่าทะเลไฟต้องใช้มัชฌิมาปฏิปทาทำให้พบทางออกของชีวิต

ปี 2551 ปีที่ 14 ใช้ชื่อชุด “อย่าทำผิด” รวบรวมบทธรรมซึ่งพูดถึงการดำเนินชีวิตของคนในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือชาววัด ล้วนแต่มีหน้าที่ที่ต้องกระทำ ต้องพัฒนา และมุ่งมั่นนำพาชีวิตตนเพื่อก้าวสู่ความสุขแท้จริงแห่งชีวิต โดยต้องอาศัยปัญญากับสติ ปฏิทินชุดนี้โดดเด่นด้วยบทธรรมคำกลอนจากท่านพุทธทาสในลักษณะของการโต้ตอบถกเถียงทางความคิดเสมือนท่านมาสะกิดเตือนสติให้เราได้รู้จักฉุกคิดและทบทวนตัวเองในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ย่างก้าวของชีวิต



ปี 2552 ปีที่ 15 ปีใหม่ที่จะมาถึงในไม่กี่วันนี้ ใช้ชื่อชุด “โลกรอดเพราะกตัญญู” เป็นการคัดเลือกบทกวีของท่านพุทธทาสมาร้อยเรียงลำดับเรื่องราวให้เข้ากับปัญหาของโลกในขณะนี้ และได้ชูแนวคิดที่ให้ทางออกแก่โลกด้วยคำกล่าวของท่านพุทธทาสที่ว่า “โลกรอดเพราะกตัญญู” อันความกตัญญูรู้คุณนี้หมายถึงต่อสรรพสิ่งทั้งต่อบุคคล ธรรมชาติ สถานที่ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้โลกน่าอยู่ ทุกคนรอดปลอดภัย มีสันติภาพและความสุข

ปฏิทินธรรมปีใหม่ 2552 ในแต่ละเดือนจะมีบทกลอนเหมือนที่ผ่านมา โดยเดือนม.ค. ใช้ชื่อ “โลกรอดเพราะกตัญญู” ตามชื่อชุด เดือนก.พ. กตัญญูเพื่อชาติอยู่ เดือนมี.ค. หน้าที่พลเมือง เดือนเม.ย. การศึกษายุคใหม่ เดือนพ.ค. เมื่อนักศึกษาเกิดวิกล เดือนมิ.ย. แรงงานกับปัญญา เดือนก.ค. ปลูกไม้ไว้เป็นครู เดือนส.ค. อย่าไปเก็บเข้าเน้อ เดือนก.ย. ไม้เท้า! เดือนต.ค. ไม่เห็นแก่ตัว เดือนพ.ย. ขอบใจธรรมชาติ เดือนธ.ค. สุข สนุกในงาน

บทกลอนในแต่ละเดือนจะมีทั้งบทย่อและบทเต็ม โดยบทย่อจะอยู่ที่หน้าที่เป็นปฏิทินตัวเลขบอกวันเดือนปี ส่วนบทเต็มจะอยู่อีกด้านหนึ่งพร้อมกับรูปของท่านพุทธทาส อย่างกลอนบทย่อเดือนม.ค. ท่านเขียนว่า

จงเป็นคน กตัญญู รู้คุณโลก ว่าอุปโภค บริภัณฑ์ มันให้หลาย :
ข้าวหรือเกลือ ผักหรือหญ้า ปลาหรือไม้ ฯลฯ รู้จักใช้ไม่ทำลาย วอดวายไป

นอกจากแต่ละเดือนจะมีบทกลอนของท่านพุทธทาสที่เป็นเครื่องสอนและเตือนใจคนอ่านแล้ว ในปฏิทินเดือนต่างๆ ยังบอกวันหยุดราชการ วันสำคัญทางศาสนา รวมถึงวันสำคัญทางวัฒนธรรมประเพณี เช่น ตรุษจีน สงกรานต์ ลอยกระทง คริสต์มาส ด้วย และที่ขาดไม่ได้คือวันสำคัญที่เกี่ยวกับท่านพุทธทาส เช่น เดือนพ.ค. วันที่ 27 เป็นวันพุทธทาส ร่วมถวายของขวัญอดอาหาร 1 วัน วันที่ 2830 ร่วมปฏิบัติบูชา ณ ธรรมาศรมนานาชาติ สืบเนื่องจากวันพุทธทาส วันที่ 8 ก.ค. วันมรณภาพของท่าน เป็นต้น



วิธีดูปฏิทินดูอย่างไร

การดูปฏิทินธรรมของท่านพุทธทาสอาจพิเศษไปจากปฏิทินอื่นๆ ซึ่งการดูปฏิทินอื่นอาจดูแค่วันที่หรือรูปภาพเพียงเผินๆ เท่านั้น แต่ว่าการดูปฏิทินของท่านพุทธทาสนั้น บัญชา บอกว่า ให้อ่านกลอน 1 บรรทัดช้าๆ แล้วหยุดไปดูรูปภาพของท่านที่อยู่ข้างกลอน 1 ครั้ง ซึ่งการทำอย่างนี้เหมือนกับว่าได้สนทนาธรรมกับท่านพุทธทาสไปด้วย

“นี้เป็นเทคนิคที่ท่านอาจารย์พุทธทาสคิดเอาไว้ บทกลอนของท่านให้อ่านช้าๆ ทีละบรรทัด คิดไปด้วยแล้วมองหน้าท่านไปด้วย ซึ่งวิธีดูแบบนี้ท่านแนะนำไว้เอง”

บัญชา บอกว่า ปฏิทินธรรมนี้จะมีประโยชน์ต่อคนอ่านก็ต่อเมื่ออ่านแล้วคิดพิจารณาตามที่ท่านสอน จากนั้นก็นำไปปฏิบัติจึงจะเกิดผลคือความสุขในชีวิต หากได้ไปแล้วก็ตั้งไว้อย่างนั้น ดูแค่วันเดือนปี ก็ไม่ต่างอะไรกับการดูปฏิทินทั่วไป

"ท่านอาจารย์บอกว่าท่านเป็นพ่อครัว มีหน่าที่เตรียมอาหารไว้ ถ้าใครต้องการคือหิวก็มากินได้ทุกเมื่อ ท่านไม่ได้บังคับให้ทุกคนว่าต้องกิน แต่ท่านเพียงแค่มีหน้าที่จัดเตรียมเท่านั้น" บัญชา กล่าว

น่าเสียดายแทน... ถ้าอาหาร (ใจ) อย่างดี และปรุงด้วยสุดยอดพ่อครัวฝีมือชั้นเลิศไม่มีใครมาลิ้มลอง... หิวเมื่อใด ก็จงมาบริโภคเถิดท่าน... เดี๋ยวไม่มีโอกาส

*****
บทความที่เกี่ยวข้อง :
--พุทธทาสภิกขุ "ธรรมะจงกลับมา"
--พุทธทาส กับทฤษฎีไร้ระเบียบ


รายงานโดย :วรธาร ทัดแก้ว
วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551

supreme

supreme  Author newspaper  Joined: 16 Nov 2005 Posts: 1225
Display posts from previous:   
   ARTgazine Articles -> Art News
   Page 1 of 1   Post new topic Reply to topic
View previous topic :: View next topic  
Jump to:  



Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
ALL rights reserved.www. ArtGaZine .com. thailand